วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” 14 ก.ค. 2569 ปิดลบ 1.87 จุด รีบาวด์หลังเผชิญแรงขาย DELTA มองกำไรไตรมาส 2 ต่ำคาด

"หุ้นไทย" 14 ก.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,626.03 จุด ปรับตัวลดลง 1.87 จุด หรือ 0.11% นักวิเคราะห์ชี้ดัชนีรีบาวด์กลับขึ้นมาช่วงท้ายตลาดหลังเผชิญแรงขายช่วงเช้ารับพรีวิวผลประกอบการไตรมาส 2 ของ DELTA ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ภาพรวมยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (14 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,626.03 จุด ปรับตัวลดลง 1.87 จุด หรือ 0.11% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,629.68 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,606.27 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 80,990.05 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. PTTEP ราคาปิด 144.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 2.13% มูลค่าซื้อขาย 5,758.58 ล้านบาท
     
  2. PTT ราคาปิด 38.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.32% มูลค่าซื้อขาย 5,152.36 ล้านบาท
     
  3. KBANK ราคาปิด 231.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.86% มูลค่าซื้อขาย 5,001.23 ล้านบาท
     
  4. SCB ราคาปิด 157.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.95% มูลค่าซื้อขาย 4,303.56 ล้านบาท
     
  5. DELTA ราคาปิด 311.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.64% มูลค่าซื้อขาย 4,283.55 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เผชิญแรงขายในช่วงเช้าก่อนที่จะรีบาวด์กลับขึ้นมา สาเหตุมาจากปัจจัยเฉพาะตัวในหุ้น DELTA หลังพรีวิวผลประกอบการในไตรมาส 2 ออกมาต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด

อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมยังได้รับแรงหนุนจากธีมการลงทุนทั่วโลก และคาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี อีกทั้งภาพรวมฟันด์โฟลว์ยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง แม้จะชะลอตัวลงบ้างก่อนนี้จากการปะทะรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน

ปัจจัยต่างประเทศ ยังมีแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงหลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และปธน.ทรัมป์กล่าวว่า จะเก็บค่าผ่านทาง 20% ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดขึ้นรุนแรงกว่า 9% ในวันที่ผ่านมา เพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ และส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์มีทิศทางแข็งค่า

ปัจจัยในประเทศ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 ของ TISCO ออกมาน่าพึงพอใจ 

ขณะที่วันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,615 จุด แนวต้าน 1,640 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอน, ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในคืนนี้, ถ้อยแถลงประธานเฟดต่อสภาคองเกรส, และงบการเงินบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำรอซื้อเมื่อราคาย่อตัว มองกลุ่มที่ผลประกอบการไตรมาส 2 จะออกมาดี เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์อย่าง KTB และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้ KCE