วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (14 ก.ค. 2569) ปิดลบ 6.79 จุด บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับขึ้น กดดันกลุ่มชิ้นส่วนฯ

"หุ้นไทย" เช้านี้ (14 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,621.11 จุด ปรับตัวลดลง 6.79 จุด หรือ 0.42% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี

"ตลาดหุ้นไทย" ในเช้านี้ (14 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,621.11 จุด ปรับตัวลดลง 6.79 จุด หรือ 0.42% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,623.10 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,606.27 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 43,561.07 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. SCB ราคาปิด 157.50 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.63% มูลค่าซื้อขาย 2,690.74 ล้านบาท
     
  2. ADVANC ราคาปิด 381.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 1.33% มูลค่าซื้อขาย 2,429.83 ล้านบาท
     
  3. DELTA ราคาปิด 306.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 2.24% มูลค่าซื้อขาย 2,262.29 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 37.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 2,129.83 ล้านบาท
     
  5. BBL ราคาปิด 198.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.51% มูลค่าซื้อขาย 2,015.82 ล้านบาท

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในทางลบ ได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนที่ลดความเสี่ยงมากขึ้น หลังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียด ล่าสุดสหรัฐเปิดฉากโจมตีเยเมนเพิ่มเติม รวมถึงปิดกั้นท่าเรือเอลโฮเดดาห์รอบใหม่และเล็งเก็บค่าผ่านทาง 20% ของมูลค่าสินค้า

ปัจจัยดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อผู้ประกอบการธุรกิจเดินเรือ สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดที่พุ่งขึ้นสู่ระดับ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือ บอนด์ยีลด์ ระยะ 2 ปี และ 10 ปีของสหรัฐปรับขึ้นอีก 0.05% สู่ระดับ 4.29% และ 4.63% ตามลำดับ กดดันให้เกิดแรงเทขายทั้งสินทรัพย์เสี่ยงอย่างกลุ่มเทคโนโลยีรวมถึงทองคำ และเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด

ด้านปัจจัยภายในประเทศ ได้แรงหนุนจากการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท แต่หากราคาน้ำมันดิบกลับมาพุ่งแรงและกลับสู่ระดับ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะกลับมาเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจมากขึ้น

ขณะที่ในวันนี้ (14 ก.ค.2569) คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,615 จุด แนวต้าน 1,630 จุด โดยมีปัจจัยต้องจับตามอง ได้แก่ พัฒนาการของสงคราม, ตัวเลขส่งออกของจีน, ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ของสหรัฐเดือน มิ.ย. รวมถึงการแถลงรอบครึ่งปีของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส

กลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้นเน้นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ถึง ครึ่งหลังของปี 2569 แข็งแกร่ง ขณะที่ระยะกลางถึงระยะยาว ยังคงชอบโดเมสติกเพลย์ที่มีกระแสเงินเม็ดเงินไหลเข้าช่วงครึ่งปีหลัง

แนะนำ ICHI ได้แรงหนุนจากรายได้น้ำด่างทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง GULF จากการเติบโตของธุรกิจศูนย์ข้อมูล หรือ ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่มีมาร์จินสูง รวมถึงกำลังผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มจากดีมานด์ไฟฟ้าที่สูงกว่าคาด อีกฝั่งหนึ่งมอง TIDLOR จากค่าใช้จ่ายหนี้สูญที่กลับสู่ระดับปกติ ขณะที่การดำเนินงานหลักยังแข็งแกร่ง