วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ตลาดทุน’เร่งกู้ชีพ‘ IPO ‘เฟทโก้’ รับครึ่งแรก บจ.ชะลอ-ถอนไฟลิ่ง ผวาสงคราม‘อิหร่าน’

ภาพรวม “ตลาดหุ้นไทย” ในช่วงเกือบ 6 เดือนแรกของปี 2569 ส่งสัญญาณฟื้นตัวร้อนแรง สวนทางกับบรรยากาศการระดมทุนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ยังคงอยู่ในภาวะ “เงียบเหงา” เห็นได้ชัด แม้ “ดัชนีหุ้นไทย” ครึ่งปีแรกสร้างผลตอบแทนโดดเด่นติดอันดับ Top 3 ของโลก โดย SET Index ปิดสิ้นเดือนมิ.ย. ที่ระดับ 1,591.24 จุด เพิ่มขึ้นสูงถึงกว่า 26% จากสิ้นปี 2568 ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ 65,931 ล้านบาท และมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิราว 27,000 ล้านบาท

แม้ว่าสภาพคล่องในตลาดจะเอื้ออำนวย แต่จากการรวบรวมข้อมูล พบว่ามีบริษัทที่เดินหน้าเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ทั้ง SET และ mai) เพียง 1 บริษัทเท่านั้น ได้แก่ บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) เข้าซื้อขายในกระดาน SET มูลค่าการระดมทุน 340.20 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO (Market Cap) 1,247.40 ล้านบาท

‘ตลาดทุน’เร่งกู้ชีพ‘ IPO  ‘เฟทโก้’ รับครึ่งแรก บจ.ชะลอ-ถอนไฟลิ่ง ผวาสงคราม‘อิหร่าน’

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกมี IPO ออกมาน้อย เนื่องจากสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยและความไม่แน่นอน บริษัทส่วนใหญ่ที่ต้องการระดมทุนเลือกที่จะชะลอหรือถอนตัวออกไปก่อน เพราะไม่มั่นใจในสภาวะตลาด เช่น เมื่อ 2-3 เดือนก่อนที่มีสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน ก็ทำให้นักลงทุนและบริษัทที่จะเข้าตลาดเกิดความกังวลจนต้องถอยหรือชะลอออกไปอีกรอบ

ขณะที่ ปัญหาหลักอย่างหนึ่ง มองเป็นที่ขั้นตอนเข้าจดทะเบียนในไทยใช้เวลานานกว่าในต่างประเทศ เช่น เทียบกับกรณีของ SpaceX ของสหรัฐ ซึ่งทำให้ยากต่อการวางแผนธุรกิจ ที่ผ่านความพยายามจากทุกภาคส่วนที่จะลดระยะเวลานี้ลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยมีการปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เป็นสากลและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ถือว่าดำเนินการเสร็จสิ้นไปกว่า 95% แล้ว 

‘ตลาดทุน’เร่งกู้ชีพ‘ IPO  ‘เฟทโก้’ รับครึ่งแรก บจ.ชะลอ-ถอนไฟลิ่ง ผวาสงคราม‘อิหร่าน’

ขณะที่ ปัจจุบันยังมีการเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียงไม่เท่ากัน (Dual-class shares) มีข้อเสนอให้เปิดทางสำหรับหุ้นที่มีสิทธิ์โหวตไม่เท่ากัน เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมสมัยใหม่ (New S-Curve) เช่น กลุ่ม Semiconductor หรือหุ้นเทคโนโลยี ให้เข้ามาจดทะเบียนในไทยได้ง่ายขึ้น โดยที่ผู้ก่อตั้งยังสามารถรักษาอำนาจในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของบริษัทไว้ ยกตัวอย่าง Elon Musk ที่ถือหุ้น SpaceX ไม่ถึงครึ่งแต่มีสิทธิ์โหวตได้ถึง 80% เพื่อให้สามารถผลักดันนวัตกรรมต่อไปได้

พร้อมกันนี้ รัฐบาลมีการหารือเกี่ยวกับการนำระบบ Fast Track มาใช้ โดยเฉพาะบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดทุนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยภาครัฐและเอกชนเห็นตรงกันว่า ต้องการพัฒนาตลาดทุนให้มีกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งจะมีการพิจารณาเรื่องการให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น การขยายระยะเวลาสิทธิประโยชน์ทางภาษีของ BOI สำหรับบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนในไทย เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้คนไทยได้เข้าถึงความเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดี และทำให้ตลาดทุนไทยมีต้นทุนการระดมทุนที่แข่งขันได้ในระดับโลก

สาเหตุสำคัญทำให้นักลงทุนกล้าตัดสินใจลงทุนตามที่เคยขอ BOI ไว้ เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามเริ่มมีความสงบลง ส่งผลให้ภาคเอกชนลดความกังวลและกล้าที่จะขับเคลื่อนเม็ดเงินลงทุนต่อ เมื่อความเชื่อมั่นกลับมาจะส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่เคยมีการขอรับการส่งเสริมไว้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย

สำหรับเม็ดเงินลงทุนที่ผ่าน BOI โดยเฉพาะในกลุ่ม AI และ Data Center ซึ่งเป็นเทรนด์ระดับโลก จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและกลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภครองรับการลงทุน

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า หากโครงการ BOI Fast Pass นี้เห็นผลได้เร็ว จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและสร้างความน่าสนใจให้กับตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง ความคืบหน้าความร่วมมือกับ BOI คาดว่าจะมีความชัดเจนของมาตรการในไตรมาส 3 นี้

เพื่อพิจารณาสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center, Semiconductor และแผงวงจรไฟฟ้า (PCB) เพื่อจูงใจให้บริษัทเหล่านี้เข้ามาใช้ตลาดทุนไทยในการระดมทุนแทนการพึ่งพาเงินทุนจากบริษัทแม่ในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยได้มีส่วนร่วมในการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ขณะที่ ตลท. ยังเตรียมเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับบริษัทเข้าจดทะเบียน โดยเล็งปรับลดเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ที่อาจต้องใช้เวลาในการเติบโตในช่วงแรก เพื่อให้บริษัทกลุ่ม New S-Curve สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการสร้างโอกาสทางการแข่งขันที่เท่าเทียมกับตลาดทุนในต่างประเทศ

ในส่วนของสถานะการเสนอขายหุ้น IPO แม้จะมีบริษัทจำนวนมากยื่นความจำนงและมีการหารือร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) อย่างต่อเนื่อง แต่ภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะรอดูสภาวะตลาด (Wait and See) เพื่อหาจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการระดมทุน โดยที่ปรึกษาทางการเงินระบุว่ามีลูกค้าในมือจำนวนมากที่พร้อมจะเข้าตลาด แต่ปัจจุบันยังคงให้ความสำคัญกับการประเมินสภาวะแวดล้อมเป็นหลัก