"กลุ่มอสังหาริมทรัพย์" รายใหญ่มีแนวโน้มสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าตลาด ท่ามกลางอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว คาดการณ์ยอดพรีเซล ในครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น มีปัจจัยหนุนจากการเร่งเปิดโครงการใหม่และได้มาตรการภาครัฐหนุน ด้านยอดขายไตรมาส 2 เติบโตจากการฟื้นตัวของกลุ่มคอนโดมิเนียม สวนทางกับยอดขายแนวราบที่ลดลงจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและการให้สินเชื่อที่เข้มงวด
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยว่า ภาพรวมกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 มีแนวโน้มที่รายใหญ่จะสามารถสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าตลาดท่ามกลางการชะลอตัวของอุตสาหกรรม โดยในภาพรวมคาดว่าทั้งกลุ่มจะมียอดขายล่วงหน้าหรือ "พรีเซล" รวมในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 4.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ปัจจัยสนับสนุนหลักที่ทำให้พรีเซลขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของพรีเซลกลุ่มคอนโดมิเนียม ซึ่งคาดว่าเพิ่มขึ้นถึง 69.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ตลาดได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ
ตรงกันข้าม ยอดพรีเซลของที่อยู่อาศัยแนวราบคาดว่าจะลดลง 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 2.75 หมื่นล้านบาท หลังได้รับแรงกดดันจาก “กำลังซื้อ” ของผู้บริโภคที่ลดลง ประกอบกับการที่สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดในการ “อนุมัติสินเชื่อ” เพื่อที่อยู่อาศัย และการที่ลูกค้าตัดสินใจชะลอการซื้อบ้านออกไป
เมื่อพิจารณารายบริษัท คาดว่า บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP จะสามารถทำผลงานได้โดดเด่นกว่ากลุ่ม โดยมียอดพรีเซลเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มที่ 50.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากยอดพรีเซลที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงมีความแข็งแกร่ง และยอดขายกลุ่มคอนโดมิเนียมเริ่มกลับมาฟื้นตัวชัดเจน อีกทั้งโครงการบ้านเดี่ยวเปิดใหม่ของบริษัทยังสามารถทำอัตรายอดขายเฉลี่ยได้สูงถึง 29% ในไตรมาส 2 ปี 2569
สำหรับแนวโน้มในครึ่งหลัง ปี 2569 CGSI คาดการณ์ว่า ยอดพรีเซลจะปรับตัวดีขึ้น 15.6% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยหนุนจากการเร่งเปิดตัวโครงการใหม่ที่มากขึ้นของผู้ประกอบการ และอานิสงส์จากมาตรการภาครัฐ เช่น การขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. ปี 2570
สำหรับเป้าหมายยอดพรีเซลปี 2569 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI มีแนวโน้มทำได้ตามเป้าหมายชัดเจนที่สุด เนื่องจากยอดขายในครึ่งปีแรกคิดเป็น 51.1% ของประมาณการทั้งปีแล้ว ตามมาด้วย AP ที่ 48% และบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ที่ 47.1%
ทั้งนี้ รายใหญ่อย่าง SIRI, AP, SPALI และ SC จะมีความแข็งแกร่งและทนทานต่อสภาวะตลาดขาลงได้ดีกว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก เนื่องจากมีการกระจายพอร์ตที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบและสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากกว่า
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ "ถือ" สำหรับหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากยังคงมีแรงกดดันจากความท้าทายทางด้านเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยตรง อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คาดว่าจะสูงถึง 7.0-7.5% ในช่วงปี 2569 ถึงปี 2570 ยังคงเป็นระดับที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุน เลือก SIRI และ AP เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากบริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ หรือ แบ็กล็อก ในระดับสูง


