ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐอ่อนตัว ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สลดลง 0.3% หลังสหรัฐ-อิหร่านเปิดฉากโจมตีทางอากาศกันอีกระลอก เพื่อแย่งการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐ ปรับตัวลงเล็กน้อยในคืนวันอาทิตย์ (12 ก.ค.69) ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง และเตรียมรับงบผลประกอบการจำนวนมากที่จะประกาศ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส Dow Jones Industrial Average futures ลดลง 135 จุด หรือราว 0.3% S&P 500 ฟิวเจอร์ส ลดลง 0.3% Nasdaq-100 ฟิวเจอร์ส ร่วงลง 0.5%
ในช่วงสุดสัปดาห์ สหรัฐ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีทางอากาศตอบโต้กันอีกครั้ง โดยฝ่ายเตหะรานโจมตีฐานปฏิบัติการของสหรัฐในหลายประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย และประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปฏิเสธเมื่อวันอาทิตย์ โดยยืนยันว่าช่องทางเดินเรือสำคัญนี้ยังเปิดให้เรือพาณิชย์สัญจรตามปกติ
ก่อนหน้านั้นในวันเสาร์ ทรัมป์ได้สั่งโจมตีทางอากาศใส่อิหร่าน หลังเกิดเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ที่กำลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยฝ่ายอิหร่าน
ความตึงเครียดที่ยกระดับทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นในการซื้อขายรอบแรก
น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพุ่งขึ้น 3.7% สู่ระดับ 78.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) สูงขึ้นมากกว่า 3% มาที่ 74.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในภูมิภาคเอเชีย
ดัชนี Nikkei 225 ฟิวเจอร์ส ของญี่ปุ่นอยู่ที่ 68,965 จุด ลดลง 0.5% แต่ยังสูงกว่าระดับปิดล่าสุดที่ 68,557.73 จุด S&P/ASX 200 ฟิวเจอร์ส ของออสเตรเลียซื้อขายล่าสุดที่ 8,814 จุด เทียบกับระดับปิดที่ 8,806 จุด Hang Seng ฟิวเจอร์ส ของฮ่องกงอยู่ที่ 24,238 จุด สูงกว่าระดับปิดที่ 24,175.12 จุด
เบน อีมอนส์ ผู้ก่อตั้ง Fed Watch Advisors เขียนวิเคราะห์ว่า “การปิดช่องแคบจะยังเป็นแรงกดดันต่อตลาด สร้างบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีแนวโน้มชัดเจนว่าช่องแคบจะถูกปิดอย่างจริงจังในเดือนต่อ ๆ ไปจนทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนพลังงานทั่วโลก… ตลาดในสัปดาห์หน้าก็จะยังให้ความสนใจกับตัวเลข CPI, วอร์ช และงบธนาคารด้วยเช่นกัน”
จับตารายงานผลประกอบการ
สัปดาห์นี้ ธนาคารสหรัฐรายใหญ่หลายแห่ง เช่น JPMorgan Chase Goldman Sachs, Morgan Stanley, Bank of America, Citigroup และ Wells Fargo รวมอยู่ในบรรดาบริษัท 28 แห่งในดัชนี S&P 500 ที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการ นอกจากนี้ยังมีงบจาก Netflix, Johnson & Johnson และ UnitedHealth ที่จะทยอยออกมาตามกำหนด
ความคาดหวังต่อฤดูกาลงบการเงินครั้งนี้อยู่ในระดับสูง โดยเฉลี่ยนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรไตรมาส 2 ของบริษัทใน S&P 500 เติบโตมากกว่า 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามข้อมูลจาก FactSet
แลร์รี อดัม ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Raymond James ระบุว่า กลุ่มหนึ่งที่ควรจับตาเป็นพิเศษคือ หุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะประเด็นว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะยังช่วยหนุนกำไรของกลุ่มนี้
“แม้จะมีความกังวลว่ากลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscalers) อาจเริ่มชะลอการใช้จ่ายเพื่อการลงทุน (Capex) ที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่เราคาดว่าแผนการใช้จ่ายเงินลงทุนดังกล่าวจะได้รับการยืนยันและปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028 เหตุผลเพราะมีหลักฐานที่จับต้องได้ว่าธุรกิจต่างๆ ได้รับประโยชน์จริงจากการนำ AI มาใช้ โดยการกล่าวถึง AI ในบริษัททั้ง 11 กลุ่มอุตสาหกรรมนั้นเพิ่มขึ้นถึง 98% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดใหม่” อดัม ระบุในจดหมายถึงลูกค้า
นอกจากนี้ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมิถุนายน มีกำหนดการที่จะเปิดเผยในเช้าวันอังคารนี้ด้วย


