S&P 500 ปิดบวก พยุงตลาดให้จบสัปดาห์อย่างงดงาม ได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ห่วงฟองสบู่แตก ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มคลายตัว หลังสหรัฐยังเปิดทางเจรจากับอิหร่าน
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ (10 ก.ค. 69) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นบิ๊กเทค (Big Tech) สองสามตัว ส่งผลให้ภาพรวมรายสัปดาห์ปิดบวกได้สำเร็จ ปัจจัยการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน ฉุดราคาน้ำมันลงและช่วยหนุนตลาดหุ้นอีกแรง
S&P 500 ดัชนีตลาดในวงกว้างปิดบวกเพิ่มขึ้น 0.42% มาอยู่ที่ 7,575.39 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขยับขึ้น 0.29% ปิดที่ 26,281.61 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ซึ่งประกอบด้วยหุ้นบลูชิพ 30 ตัว เพิ่มขึ้น 149.60 จุด หรือ 0.29% ปิดที่ 52,637.01 จุด
หุ้น Nvidia-Meta Platforms พุ่งขึ้น
Nvidia เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยหนุนให้ S&P 500 ปรับตัวสูงขึ้น โดยหุ้นพุ่งขึ้นประมาณ 4% ขณะที่ Meta Platforms ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นในกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นทะยานขึ้นราว 6% ส่งผลให้สัปดาห์นี้ Meta ผลงานดีที่สุดในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่ต้นปี 2024 ด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเกือบ 15% หลังจากที่ Bank of America ยังคงแนะนำให้ "ซื้อ" หุ้นตัวนี้ พร้อมระบุว่าบันทึกภายในที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ตรวจสอบแสดงให้เห็นว่า Meta มีแนวโน้มที่จะปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นตลอดสัปดาห์กว่า 1% ขณะที่ Nasdaq ก็ปิดบวกในช่วงเวลาเดียวกัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ส่วน Dow ในทางกลับกัน ลดลง 0.5% ในสัปดาห์นี้
หุ้น SK Hynix พุ่งขึ้น หลังเข้าเทรดในตลาดสหรัฐ
ผู้ผลิตชิปสัญชาติเกาหลีใต้ SK Hynix เข้าจดทะเบียนในตลาดสหรัฐ เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ เปิดที่ราคา 170 ดอลลาร์บน Nasdaq และราคาล่าสุดปรับขึ้นราว 13% ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (ADR) ของบริษัท ซึ่งราคาพุ่งแรงตลอดปีนี้จากดีมานด์หน่วยความจำที่สูงมาก ถูกกำหนดราคาเสนอขายที่ 149 ดอลลาร์ต่อหนึ่งหน่วย เทรดเดอร์บางส่วนกังวลว่าหุ้นใหม่ตัวนี้อาจเข้ามาแย่งเม็ดเงินลงทุนจากหุ้นหน่วยความจำสหรัฐฯ อย่าง Micron Technology
ก่อนการเปิดตัวเมื่อวันศุกร์ หุ้นเกาหลีใต้ได้นำตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกพุ่งทะยาน โดยดัชนี Kospi บวกเพิ่ม 2.5% ในวันศุกร์ ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ปิดสูงขึ้น 1.2% ส่วนดัชนี CSI 300 ของจีนแผ่นดินใหญ่ ปิดลบ 1.96% ถูกฉุดโดยกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรม ในภูมิภาคอื่น ดัชนี Stoxx 600 ของยุโรป ปิดตัวเหนือระดับทรงตัวเพียงเล็กน้อย
นักวิเคราะห์เตือนฟองสบู่หุ้นอาจจะแตกในครึ่งหลังของปี
แม้ว่าหุ้นชิปจะเผชิญแรงกดดันอยู่บ้างในช่วงหลัง แต่ตลอดทั้งปีนี้ราคาก็ปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงแล้ว โดยในปี 2026 หุ้น Micron พุ่งขึ้นมากกว่า 200% ส่วน Lam Research, Marvell Technology และ Intel ต่างก็มีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
“มีความคึกคักและความคาดหวังอย่างล้นหลามเกี่ยวกับกระแสเอไอมาตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปี 2023” เอริก พาร์เนลล์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจาก Great Valley Advisor Group กล่าว “ตอนนี้เราอยู่ในช่วงเฟื่องฟูอย่างชัดเจน แต่ผมก็มีความกังวลจริงจังว่าอาจเกิดภาวะฟองสบู่แตกหรือการชะลอตัวแรงในช่วงครึ่งหลังของปีได้”
การเคลื่อนไหวของตลาดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี โดยได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่เริ่มคลายความร้อนแรง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อิหร่านได้โทรศัพท์มาเพื่อขอเจรจาทำข้อตกลง โดยเจ้าหน้าที่จากประเทศกาตาร์และปากีสถานเปิดเผยกับ MS Now ว่าพวกเขากำลังพยายามนำรัฐบาลวอชิงตันและเตหะรานกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารรายหนึ่งระบุว่า ทั้งสองฝ่ายจะยังคงดำเนิน "การเจรจาระดับเทคนิค" ต่อไป แม้ว่าจะมีการโจมตีทางอากาศจากทั้งสองฝ่ายก็ตาม สำนักข่าว MS Now รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมเสริมว่าสหรัฐยังคงมุ่งมั่นที่จะหาทางออกให้กับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ทรัมป์ เคยกล่าวว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว


