วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สรุปไทม์ไลน์! ‘สุภาพร พิมพงษ์’ คือใคร? อาจหาญอุปโลกน์ซื้อหุ้น TRUE กว่า 3 หมื่นล้าน

สรุปไทม์ไลน์ "สุภาพร พิมพงษ์" บุคคลปริศนาที่ “อุปโลกน์” ข้อมูลซื้อขายหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ผ่านแบบรายงาน 246-2 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)​ จน TRUE ต้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนว่า ธุรกรรมดังกล่าว “ไม่มีอยู่จริง” สร้างแรงสั่นสะเทือนในแวดวงตลาดทุน ทำให้ ก.ล.ต. ต้องเปิดแถลงข่าวชี้แจงในเช้าวันนี้ (9 ก.ค.2569)

สรุปไทม์ไลน์ "สุภาพร พิมพงษ์"

1) 15 มิ.ย.2569 - มีการทำรายการซื้อหุ้น

ตามแบบรายงาน 246-2 ระบุว่า "สุภาพร พิมพงษ์" ได้มาซึ่งหุ้น TRUE เพิ่มอีกประมาณ 3.2174% ของสิทธิออกเสียง จากเดิมที่มีอยู่ ทำให้ถือรวม 7.0992%

หากข้อมูลนี้ถูกต้อง จะทำให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TRUE ทันที

2) 2 ก.ค.2569 - รายงาน 246-2 ถูกเปิดเผย

ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านระบบเปิดเผยข้อมูลของ ก.ล.ต.

สาระสำคัญคือ

  • ชื่อผู้ถือหุ้น : สุภาพร พิมพงษ์
  • ถือหุ้นรวม 7.0992%
  • ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 6 ของ TRUE
  • มูลค่าหุ้นตามราคาตลาดประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ทำให้ทั้งตลาดตกใจ เพราะไม่เคยมีใครรู้จักชื่อนี้มาก่อน

3) ตลาดเริ่มตั้งคำถาม

หลังข้อมูลออกมา มีคำถามหลายเรื่อง เช่น

  • สุภาพรคือใคร
  • เป็นนักลงทุนรายใหม่จริงหรือไม่
  • เป็น nominee หรือถือแทนใครหรือไม่
  • เงินลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาทมาจากไหน
  • ซื้อผ่านใคร

สื่อ และนักวิเคราะห์จึงเริ่มตรวจสอบข้อมูล

4) พบว่ารายการเกี่ยวข้องกับ UBS

จากแบบรายงานพบว่า รายการเกี่ยวข้องกับ UBS Group AG

ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า

  • เป็นการโอนหุ้นผ่าน custodian หรือไม่
  • เป็นธุรกรรมของลูกค้ารายใหญ่
  • หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนผู้รับฝากทรัพย์สิน

แต่ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

5) TRUE ออกมาชี้แจงทันที

จุดพลิกของเรื่องเกิดขึ้นตรงนี้ TRUE ระบุว่า ข้อมูลในแบบ 246-2 อาจคลาดเคลื่อน

เหตุผลสำคัญคือ

  • รายงานมีการอ้างอิง หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Shares)
  • แต่ TRUE ยืนยันว่า ปัจจุบันบริษัทไม่มีหุ้นบุริมสิทธิแล้ว
  • และไม่เคยเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิให้ประชาชนทั่วไป

จึงทำให้บริษัทสงสัยว่าข้อมูลอาจผิดพลาด และอาจทำให้นักลงทุนเข้าใจผิด

6) TRUE ส่งหนังสือถึง ก.ล.ต.

  • ขอให้ ก.ล.ต. ตรวจสอบข้อมูล
  • ขอให้ตรวจสอบผู้ยื่นรายงาน
  • ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด

พร้อมยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท แต่กระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด จึงต้องเร่งตรวจสอบ

7) ตลาดหลักทรัพย์เข้ามาติดตาม

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า

  • กำลังประสานงานกับ TRUE
  • ขอข้อมูลจากโบรกเกอร์
  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับ ก.ล.ต.
  • ยังไม่เห็นว่ากระทบต่อระบบตลาดโดยรวม แต่ต้องหาสาเหตุว่าข้อมูลเกิดขึ้นได้อย่างไร

8) 9 ก.ค.2569 - ก.ล.ต. แถลงผลตรวจสอบเบื้องต้น

หลังเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับรายงานแบบ 246-2 ของ "สุภาพร พิมพงษ์" ก.ล.ต. เปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นครั้งแรก

ผลตรวจสอบเบื้องต้นพบ "ข้อมูลผิดปกติหลายจุด"

ก.ล.ต. ระบุว่า มีการยื่นรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ รวม 7 รายการ ใน 6 บริษัทจดทะเบียน โดยเป็นการรายงานย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2564

จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูล ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง หลายประเด็น ได้แก่

  • ไม่พบชื่อผู้รายงานในทะเบียนผู้ถือหุ้น
  • ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงาน ไม่มีอยู่จริงในช่วงเวลาที่ระบุ
  • จำนวนหลักทรัพย์ที่แจ้ง ไม่ตรงกับธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง

ด้วยเหตุนี้ ก.ล.ต. จึงขึ้นสถานะเตือนผู้ลงทุน และ ถอดข้อมูลดังกล่าวออกจากระบบเผยแพร่ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของนักลงทุน

9) ก.ล.ต. ยืนยัน ระบบ 246-2 ไม่ได้ถูกแฮ็ก

ระบบรับรายงาน 246-2 ยังมีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามปกติ

โดยผู้ยื่นรายงานต้องผ่านขั้นตอน เช่น

  • ยืนยันตัวตนกับฐานข้อมูลกรมการปกครอง
  • รับรหัส OTP
  • รับรองความถูกต้องของข้อมูลก่อนส่งรายงาน

หมายความว่า เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานว่าระบบถูกเจาะหรือถูกสวมรอยจากช่องโหว่ของระบบ แต่กำลังตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีการยื่นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงได้

10) เข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย

ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่าง

  • รวบรวมพยานหลักฐาน
  • ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบเจตนาในการยื่นรายงาน

หากพบว่าเป็นการ ยื่นข้อมูลหรือเอกสารอันเป็นเท็จ จะดำเนินคดีตาม มาตรา 32 ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งมีโทษ

  • จำคุกไม่เกิน 1 ปี
  • ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
  • หรือทั้งจำทั้งปรับ

11) บทสรุปล่าสุด

การแถลงของ ก.ล.ต. ทำให้ภาพของคดีเริ่มชัดขึ้นว่า

  • ไม่ใช่กรณีมีผู้ถือหุ้นรายใหม่มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทตามที่รายงาน
  • แต่เป็นกรณี ข้อมูลในแบบ 246-2 ที่ยื่นเข้าสู่ระบบมีความผิดปกติหลายประการ
  • ก.ล.ต. จึงถอดข้อมูลออกจากระบบ และเดินหน้าสอบสวนเพื่อหาว่า ใครเป็นผู้ยื่นข้อมูล เหตุใดจึงยื่นข้อมูลดังกล่าว และเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่

ประเด็นที่ยังต้องติดตาม

แม้ ก.ล.ต. จะยืนยันว่าพบความผิดปกติของข้อมูลแล้ว แต่ยังมีคำถามสำคัญที่รอคำตอบ ได้แก่

  • ใครเป็นผู้ยื่นรายงานทั้ง 7 รายการ
  • มีแรงจูงใจหรือเจตนาอะไรในการยื่นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
  • เป็นความผิดพลาดของบุคคลรายเดียว หรือมีผู้เกี่ยวข้องรายอื่น
  • ก.ล.ต. จะดำเนินคดี และมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกอย่างไร

กล่าวโดยสรุป การแถลงข่าวครั้งนี้ถือเป็น จุดเปลี่ยนของคดี เพราะประเด็นไม่ได้อยู่ที่ "สุภาพร พิมพงษ์ คือใคร" อีกต่อไป แต่ขยับไปสู่การตรวจสอบว่า ข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบเปิดเผยข้อมูลของตลาดทุนได้อย่างไร และใครต้องรับผิดชอบ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของระบบกำกับดูแลตลาดทุนโดยตรง

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์