"หุ้นไทย" วันนี้ (8 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,576.25 จุด ปรับตัวลดลง 27.88 จุด หรือ -1.74% หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นยืนเหนือ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,576.25 จุด ปรับตัวลดลง 27.88 จุด หรือ -1.74% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,608.18 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,574.13 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 97,947.17 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- PTTEP ราคาปิด 141.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.50 บาท หรือ 5.62% มูลค่าซื้อขาย 9,664.82 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 298.00 บาท ลดลง 13.00 บาท หรือ -4.18% มูลค่าซื้อขาย 5,666.92 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 39.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 4,293.26 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 36.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 4,102.13 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 61.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ -1.20% มูลค่าซื้อขาย 4,007.89 ล้านบาท
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก ปัจจัยหลักมาจากถ้อยแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งประกาศว่า MOU กับอิหร่านและการเดินหน้าสู่สันติภาพสิ้นสุดลงแล้ว
ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สอดคล้องบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกับเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า
ตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบจากการลดสัดส่วนพอร์ตโดยเฉพาะในหุ้นเติบโต เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มที่อิงกับการผ่อนคลายความตึงเครียดของสงคราม เช่น กลุ่มท่องเที่ยวและไฟแนนซ์
ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,550-1,560 จุด แนวต้าน 1,600 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ ความคืบหน้าของสถานการณ์ว่าสหรัฐจะส่งสัญญาณอย่างไร หรือจะมีการหารือต่อไปหรือไม่
กลยุทธ์การลงทุน คาดว่าตลาดจะมีการเปลี่ยนทิศทางการลงทุนสู่ธีม “higher for longer” ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยจะมีการหมุนเวียนเงินลงทุนมาในกลุ่มพลังงาน แนะนำ PTTEP และ SPRC เด่นกว่ากลุ่ม


