วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (8 ก.ค. 2569) ปิดลบ 5.75 จุด ขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านปะทุอีกรอบ

"หุ้นไทย" เช้านี้ (8 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,598.38 จุด ลดลง 5.75 จุด หรือ 0.36% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกรอบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นเหนือ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มน้ำมันแต่เป็นลบต่อกลุ่มสายการบิน-โรงไฟฟ้า

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 ก.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,598.38 จุด ปรับตัวลดลง 5.75 จุด หรือ 0.36% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,608.18 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,594.14 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 39,974.08 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. PTTEP ราคาปิด 136.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 2.25% มูลค่าซื้อขาย 2,722.73 ล้านบาท
     
  2. DELTA ราคาปิด 304.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 2.25% มูลค่าซื้อขาย 2,665.20 ล้านบาท
     
  3. PTT ราคาปิด 36.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 2,540.04 ล้านบาท
     
  4. SCB ราคาปิด 153.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.33% มูลค่าซื้อขาย 1,622.96 ล้านบาท
     
  5. KTB ราคาปิด 39.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.27% มูลค่าซื้อขาย 1,614.18 ล้านบาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน นักวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้รับแรงกดดันปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ พร้อมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตไม่ให้อิหร่านส่งออกน้ำมันไปตลาดโลก เนื่องจากเหตุการณ์โจมตีเรือพาณิชย์หลายครั้งในช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านี้ ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วกลับมายืนเหนือระดับ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง

ตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อและคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หรือ "บอนด์ยีลด์" ปรับตัวเพิ่มขึ้นตาม ทั้งนี้ ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญสำหรับการลงทุนในช่วงไตรมาส 3 เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดได้สะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปหมดแล้ว ปัจจัยรบกวนที่เกิดขึ้นใหม่จะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน

 

ด้านปัจจัยภายในประเทศ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ ในทางกลับกันประเมินเชิงลบต่อกลุ่มผู้ใช้น้ำมันและก๊าซเป็นต้นทุนหลัก เช่น กลุ่มสายการบิน และกลุ่มโรงไฟฟ้า เป็นต้น

สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ประเมินกรอบแนวรับไว้ที่ระดับ 1,585 จุด และแนวต้านที่ระดับ 1,623 จุด โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามองในวันนี้คือการขึ้นเครื่องหมายเอกซ์ดี (XD) เพื่อจ่ายเงินปันผลของหุ้น STANLY ในอัตรา 17.00 บาทต่อหุ้น

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อหุ้นเด่นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ปัจจุบัน ได้แก่ PTTEP และ TU สุดท้ายแนะนำ SCGP หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 จากเดิม 4,146 ล้านบาท เป็น 7,317 ล้านบาท สะท้อนสมมติฐานอัตรากำไร หรือ "มาร์จิน" ที่ดีกว่าคาด