วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (7 ก.ค. 2569) ปิดลบ 12.75 จุด หมุนเวียนเงินลงทุน หนุนแรงซื้อกลุ่มแบงก์

"หุ้นไทย" วันนี้ (7 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,604.13 จุด ปรับตัวลดลง 12.75 จุด หรือ 0.79% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากตลาดหมุนเวียนเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไปยังหุ้นกลุ่มคุณค่า เช่น กลุ่มธนาคาร และได้แรงหนุนตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าคาด

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (06 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,604.13 จุด ปรับตัวลดลง 12.75 จุด หรือ 0.79% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,613.72 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,594.69 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 81,812.20 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. PTT ราคาปิด 36.50 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.01% มูลค่าซื้อขาย 7,239.01 ล้านบาท
     
  2. KTB ราคาปิด 39.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 6,529.45 ล้านบาท
     
  3. GULF ราคาปิด 62.50 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 2.72% มูลค่าซื้อขาย 5,873.33 ล้านบาท
     
  4. KBANK ราคาปิด 230.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.44% มูลค่าซื้อขาย 4,771.33 ล้านบาท
     
  5. SCB ราคาปิด 153.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 0.99% มูลค่าซื้อขาย 3,676.77 ล้านบาท

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงมาค่อนข้างมากเป็นผลมาจากการหมุนเวียนเงินลงทุนออกจากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีมาสู่หุ้นคุณค่ามากขึ้น เช่น ธนาคารพาณิชย์ซึ่งปรับตัวขึ้นมาได้ค่อนข้างดีในวันนี้ 

ภาพรวมตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลดีต่อกลุ่ม “ยีลด์เพลย์” (yield play) เช่น ไฟแนนซ์ และโรงไฟฟ้า จากบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวลดลง ทำให้ต้นทุนทางการเงินของธุรกิจลดลงด้วย 

นอกจากนี้ ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมไม่ว่าจะเป็นทองคำหรือตราสารหนี้ คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยดังกล่าวเช่นเดียวกัน 

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,580 จุด แนวต้าน 1,620 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในสัปดาห์หน้า

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำกลุ่ม “ยีลด์เพลย์” ที่ราคายังแลกการ์ด เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ถูกลง และกลุ่มไฟแนนซ์อย่าง MTC และ SAWAD