ดัชนีดาวโจนส์ทะยานเกือบ 600 จุด ปิดทำนิวไฮ ขานรับตัวเลขการจ้างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด ตลาดเชื่อเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่แนสแด็กปิดลดลงต่อจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันพฤหัสบดี ( 2 ก.ค. 69) ขานรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายนที่ออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กร่วงลงจากการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
ดัชนีดาวโจนส์ซึ่งมีหุ้น 30 ตัว ปรับขึ้น 594.83 จุด หรือ 1.14% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 52,900.07 จุด โดยระหว่างวันทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 52,903.85 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นเล็กน้อยไม่ถึง 1 จุด ปิดที่ 7,483.24 จุด
ขณะที่ดัชนีแนสแด็กปรับตัวลง 0.8% ปิดที่ 25,832.67 จุด
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงเป็นวันที่สอง ติดต่อกัน กดดันดัชนี S&P 500 และแนสแด็ก กองทุน ETF VanEck Semiconductor (SMH) ร่วง 4.5% นำโดยหุ้น Teradyne ที่ดิ่งลง 13.6% และ KLA ที่ร่วง 11.5% หุ้น Nvidia ถอยลง 1.4% ขณะที่หุ้น Micron ร่วง 5.5%
“นี่อาจเป็นการหมุนย้ายเงินออกจากกลุ่มที่ร้อนแรงมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไปสู่กลุ่มอื่น ๆ แต่ผมคิดว่ามันก็สะท้อนการประเมินมูลค่าใหม่ของการลงทุนด้าน AI ด้วย” แอนชูล ชาร์มา ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Savvy Wealth กล่าว “ถ้าบริษัทต่าง ๆ ไวต่อ ‘ต้นทุนการประมวลผล’ มากขึ้น นั่นจะกลายเป็นประเด็นถัดไปที่พวกเขาให้ความสำคัญหรือไม่”
ดัชนีหลักทั้งสามปิดสัปดาห์ซึ่งมีวันเทรดสั้น ด้วยผลตอบแทนแข็งแกร่ง โดย S&P 500 บวก 1.8% ส่วนดาวโจนส์และแนสแด็กปรับขึ้นราว 2% และ 2.1% ตามลำดับ วันศุกร์เป็นวันหยุดเนื่องจากเป็นวันชาติสหรัฐ
- ผลตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาด
รายงานการจ้างงานเดือนมิถุนายนระบุว่ามีการเพิ่มตำแหน่งงาน 57,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งบริษัทสื่อดาวโจนส์สำรวจคาดไว้ที่ 115,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.2% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะทรงตัวที่ 4.3%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีปรับตัวลดลงหลังตัวเลขดังกล่าว สะท้อนมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้
“ในขณะที่เรากำลังเรียนรู้ว่ากลไกการตอบสนองของเฟดภายใต้การนำของ ประธานเฟด เควิน วอร์ช จะมีรูปแบบอย่างไร ตัวเลขรอบนี้ก็ช่วยลดแรงกดดันต่อสถาบันที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อ ไม่ให้ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้นนัก” แบรดฟอร์ด สมิธ ผู้จัดการกองทุนจาก Janus Henderson Investors กล่าว
“อย่างไรก็ตาม วอร์ชกล่าวไว้ในงานแถลงข่าวครั้งแรกของเขาว่า ข้อมูลการจ้างงานจะมีความหมายจริง ๆ ก็หลังจากมีการปรับทบทวนครั้งที่สามไปแล้ว ซึ่งตอนนั้นมันก็กลายเป็นแค่ ‘เสียงสะท้อนจากอดีต’ ไปแล้ว” เขากล่าวต่อ “เมื่อเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันเริ่มผ่อนลง ประกอบกับตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อย ก็น่าจะทำให้เฟดยังไม่ขยับดอกเบี้ยอย่างน้อยก็ในการประชุมครั้งถัดไป”


