วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘หุ้นแบงก์’ คึกรับ ‘กำไร’ฟื้น โบรกชี้ไตรมาส 2/69 งบดี รับ ‘พื้นฐานแกร่ง-ปันผลเด่น7%’

จบไตรมาส 2 ปี 2569 และเข้าสู่ไตรมาส 3 ปี 2569 แล้ว ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ฤดูการประกาศผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) โดย “กลุ่มธนาคารพาณิชย์” (แบงก์) จะเป็นด่านแรกที่ถูกใช้เป็น “ตัวชี้วัด” ทิศทางของตลาดหุ้นไทย เพราะจะเป็นตัวสะท้อนภาคการเงินและภาพรวมของเศรษฐกิจไทย 

‘หุ้นแบงก์’ คึกรับ ‘กำไร’ฟื้น โบรกชี้ไตรมาส 2/69 งบดี รับ ‘พื้นฐานแกร่ง-ปันผลเด่น7%’

สอดรับความเคลื่อนไหวราคาหุ้น “กลุ่มแบงก์” วานนี้ (2 ก.ค.2569) ปรับตัวขึ้น “โดดเด่น” นำโดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เพิ่มขึ้น 6.88% อยู่ที่ 233 บาท บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เพิ่มขึ้น 4.07% อยู่ที่ 153.50 บาท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เพิ่มขึ้น 6.11% อยู่ที่ 191 บาท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เพิ่มขึ้น 4.61% อยู่ที่ 39.75 บาท 

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เพิ่มขึ้น 4.07% อยู่ที่ 2.56 บาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เพิ่มขึ้น 4.19% อยู่ที่ 43.50 บาท บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เพิ่มขึ้น 1.69% อยู่ที่ 120.50 บาท ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เพิ่มขึ้น 1.36% อยู่ที่ 22.30 บาท บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG เพิ่มขึ้น 1.71% อยู่ที่ 1.19 บาท ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) เพิ่มขึ้น 2.02% อยู่ที่ 101 บาท 

นายธนวัฒน์ รื่นบันเทิง หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ทิสโก้ ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารไตรมาส 2 ปี 2569 แม้ “กำไรสุทธิ” อาจลดลงราว 9% เทียบกับไตรมาสก่อน จากผลของรายการพิเศษในไตรมาส 1 ปี 2569 แต่ทว่าหากพิจารณาเฉพาะ “กำไร” จากการดำเนินงานหลักจะเริ่มเห็นสัญญาณ “ฟื้นตัว” อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานของกลุ่มแบงก์ยังแข็งแกร่ง โดยส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีแนวโน้มทรงตัว หลังคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะธุรกิจตลาดทุนและการบริหารจัดการสินทรัพย์ อีกทั้งธนาคารส่วนใหญ่ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่ได้ปรับตัวแย่ลงตามที่ตลาดกังวล แม้จะมีแรงกดดันจากราคาพลังงาน เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวม และมาตรการภาครัฐยังช่วยพยุงภาคธุรกิจและประชาชน

“หุ้นกลุ่มธนาคารยังคงมีจุดเด่นด้านการจ่ายเงินปันผล โดยคาดว่าจะรักษาระดับการจ่ายปันผลใกล้เคียงกับปีก่อน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 7% จึงยังเป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจสำหรับการลงทุนในระดับราคาปัจจุบัน”

อย่างไรก็ดี กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยไทยเป็นประเทศเดียวที่มียอดซื้อสุทธิเป็นบวกตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากด้านการเมืองมีเสถียรภาพและปัญหาหนี้ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร

ขณะเดียวกัน ตลาดยังเริ่มเห็นการหมุนเงินลงทุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปรับตัวขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้า เข้าสู่หุ้นกลุ่มที่ราคายังปรับขึ้นน้อยอย่างกลุ่มธนาคาร ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีเงินปันผลรองรับ ทำให้มีโอกาสได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง

สำหรับหุ้นเด่นแนะนำ ได้แก่ KBANK และ KTB เนื่องจากเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่รองรับกระแสเงินทุนต่างชาติได้ดี มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่ง และยังให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลมากกว่า 6%

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวขึ้น “โดดเด่น” ในการซื้อขายวานนี้ (2 ก.ค.) สะท้อนแรงซื้อที่ไหลกลับเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่ หลังนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Value จากแรงหนุนจากทั้งปัจจัยต่างประเทศและปัจจัยภายในประเทศ

โดยปัจจัยแรกมาจากการที่ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อท่าทีของเฟดซึ่งนักลงทุนมองว่า เป็นสัญญาณเข้าสู่วัฏจักร “อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น” ส่งผลให้เกิดการหมุนเงินลงทุนจากหุ้นกลุ่มเติบโต โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มอ่อนตัวไปยังหุ้นกลุ่มคุณค่า หรือ Value Stocks ซึ่งกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาทผ่านการพิจารณาวาระแรก ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและการใช้จ่ายภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มเป็น “จุดต่ำสุด” ของปีก่อนจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยได้รับแรงหนุนจาก “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ” (NIM) ที่คาดจะกลับมาอยู่ในทิศทาง “ขาขึ้น” ตามวัฏจักรดอกเบี้ย

สำหรับ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ ซึ่งมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและได้รับประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มดอกเบี้ย โดยหุ้นเด่น ได้แก่ KTB KBANK และ BBL