วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

'GULF' รุกขยายแหล่งเงินทุนสถาบันฯ ได้วงเงินกู้ร่วมตปท. แล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท

'GULF' เผยความสำเร็จในการจัดหาวงเงินกู้ร่วมระยะยาวจากกลุ่มธนาคารต่างประเทศ มูลค่ารวมกว่า 600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2 หมื่นล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายฐานแหล่งเงินทุนของบริษัทไปยังต่างประเทศ เพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน และขยายความร่วมมือกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ในต่างประเทศ

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา GULF ดำเนินการจัดหาวงเงินกู้ต่างประเทศเริ่มต้นจำนวน 400 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นรุ่นอายุ 3 ปี และ 5 ปี โดยวงเงินกู้ดังกล่าวมีสถาบันการเงินให้ความสนใจรวมทั้งสิ้น 33 แห่ง และแสดงความต้องการเสนอวงเงินสินเชื่อ สูงถึงประมาณ 4 เท่าของวงเงินเริ่มต้น

ในการนี้ บริษัทจึงใช้สิทธิ์จัดสรรวงเงินส่วนเกิน (Greenshoe Option) จำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ยอดวงเงินรวมทั้งสิ้นเป็น 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการจัดหาวงเงินกู้ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสถาบันการเงินระดับสากลในหลากหลายประเทศ ทั้งประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ อินเดีย มาเก๊า และฝรั่งเศส

สิ่งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินที่มีต่อฐานะการเงินของบริษัท การบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง และประสบการณ์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อีกทั้งยังตอกย้ำบทบาทของ GULF ในฐานะบริษัทโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล และมีศักยภาพในการขยายการเติบโตในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล นอกเหนือไปจากธุรกิจพลังงาน

“ความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมจากต่างประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ GULF ในการดำเนินกลยุทธ์ทางด้านการเงิน ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายฐานกลุ่มธนาคารไปยังสถาบันการเงินแห่งใหม่ในต่างประเทศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่นอกเหนือจากตลาดหุ้นกู้สกุลเงินบาทในประเทศ และเพิ่มความคล่องตัวในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ” นางสาวยุพาพินกล่าว

สำหรับธุรกรรมครั้งนี้ มีธนาคารชั้นนำทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเงินกู้ร่วมหลัก ผู้รับประกันการจัดหาเงินกู้ และผู้จัดการการจัดสรรวงเงินร่วม ตลอดจนเป็นผู้ประสานงานหลักให้กับวงเงินดังกล่าว ได้แก่ DBS Bank, Mizuho Bank, MUFG Bank, Natixis (สาขาสิงคโปร์), Sumitomo Mitsui Banking Corporation (สาขาสิงคโปร์) และ United Overseas Bank โดยมี Mizuho Bank ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ดูแลผลประโยชน์ของกลุ่มธนาคารร่วมด้วย