ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศยกระดับการกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน (“บจ.”) ทรัสต์เพื่อการลงทุน (“กองทรัสต์”) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (รวมเรียกว่า “กองทุนรวม”) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 มุ่งสร้างความโปร่งใส สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่เพียงพอและทันเวลาสำหรับการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ เกณฑ์ดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แล้ว โดยได้แจ้งให้ บจ. รับทราบแล้ว โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1.เพิ่มการเปิดเผยข้อมูลสำคัญเพื่อความโปร่งใส
1.1 เปิดเผยรายการที่มีความเสี่ยงต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ บจ. กองทรัสต์ และกองทุนรวม เช่น การด้อยค่าสินทรัพย์ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และเงินมัดจำที่ไม่ได้รับคืนตามกำหนด เป็นต้น โดยให้เปิดเผยพร้อมกับการส่งงบการเงิน และรายงานความคืบหน้าทุกไตรมาสจนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ
1.2 เปิดเผยข้อมูลทันทีเมื่อคณะกรรมการหรือคณะกรรมการตรวจสอบของ บจ. พบเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อระบบควบคุมภายในที่สำคัญ และรายงานความคืบหน้าทุกไตรมาสจนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ
1.3 เปิดเผยรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเป็นรายเดือน ได้แก่ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นทุก 5% ตามรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหุ้นสามัญของกิจการ (แบบ 246) และกรณีมีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แล้วเสร็จตามรายงานผลการทำ Tender Offer (แบบ 256) ยกเว้นกรณีเพิกถอนบริษัทจดทะเบียนโดยสมัครใจ
2.ปรับปรุงเกณฑ์ Backdoor Listing (การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นทางอ้อม แทนการทำ IPO) เกณฑ์ใหม่จะพิจารณาจาก "ผลลัพธ์ของรายการ" (Substance) มากกว่ารูปแบบการทำรายการ โดยครอบคลุมรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่กว่า บจ. เดิม หรือส่งผลให้มีการเปลี่ยนอำนาจควบคุม หรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการ/ผู้บริหารเกิน 50% หรือส่งผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมของ บจ. ถือหุ้นต่ำกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว
3.ปรับปรุงเกณฑ์ Cash Company (บริษัทที่มีสินทรัพย์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดเป็นเงินสด หรือเทียบเท่าเงินสด โดยไม่มีธุรกิจหลักที่ชัดเจน) เกณฑ์ใหม่จะพิจารณาจากฐานะทางการเงินในภาพรวม โดยไม่จำกัดว่าต้องเกิดจากการขายสินทรัพย์ออกไปเท่านั้น และเริ่มพิจารณาจากงบการเงินงวดบัญชีสิ้นสุดหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
4. ปรับปรุงเกณฑ์ขึ้นเครื่องหมาย C (Caution: เครื่องหมายเตือนผู้ลงทุนให้เพิ่มความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์) เกณฑ์ใหม่ปรับการนับระยะเวลาขึ้นเครื่องหมาย CC (Non-Compliance: ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์) และ CF (Free Float: การกระจายหุ้นการถือหุ้นรายย่อยไม่เป็นไปตามเกณฑ์) โดยเริ่มนับจาก "วันที่เกิดเหตุการณ์ที่บริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูล" แทนการนับจาก "วันที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูล" เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทได้ประโยชน์จากการเปิดเผยข้อมูลล่าช้าและมีระยะเวลาแก้ไขนานกว่าบริษัทที่เปิดเผยข้อมูลตรงเวลา
5.ปรับปรุงเกณฑ์ Free Float (สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย) สำหรับ บจ. เข้าใหม่ (New Listing) เกณฑ์ใหม่ยกเลิกการผ่อนผันระยะเวลาการกระจายการถือหุ้นสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทุนชำระแล้วตั้งแต่ 10,000 ล้านบาทขึ้นไป และหากบริษัทเข้าใหม่ดำเนินการใดๆ ที่ทำให้สัดส่วน Free Float ต่ำกว่าเกณฑ์ทันทีที่หุ้นเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะถือว่าบริษัทนั้นขาดคุณสมบัติเรื่อง Free Float ตามเกณฑ์รับหลักทรัพย์ เพื่อให้เกณฑ์มีความชัดเจน และลดการใช้ดุลพินิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ


