"หุ้นไทย" วันนี้ (1 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,588.23 จุด ปรับตัวลดลง 3.01 จุด หรือ 0.19% นักวิเคราะห์ชี้ตลาดแกว่งตัวในกรอบแคบเนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ นักลงทุนรอประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (1 ก.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,588.23 จุด ปรับตัวลดลง 3.01 จุด หรือ 0.19% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,035.24 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,587.88 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 64,069.26 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 325.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 4,197.18 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 38.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 4,060.32 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 147.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.34% มูลค่าซื้อขาย 3,587.88 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 180.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.28% มูลค่าซื้อขาย 2,772.08 ล้านบาท
- AOT ราคาปิด 64.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.78% มูลค่าซื้อขาย 2,738.69 ล้านบาท
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ หลังก่อนหน้านี้รับข่าวการผ่อนคลายความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปมากแล้ว และราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงมาต่อเนื่อง
ตลาดยังคงรอการประกาศผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 ช่วงกลางเดือน ก.ค. ที่เบื้องต้นคาดว่าอาจไม่ได้ออกมาดีนัก เนื่องจากหลายบริษัทรับรู้ผลกระทบของสงครามเต็มไตรมาส อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจไม่ได้ตอบรับในเชิงลบเสียทีเดียวเนื่องจากเห็นถึงความเป็นไปได้ที่ธุรกิจจะฟื้นตัวกลับมาในไตรมาส 3
ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,580 จุด แนวต้าน 1,600 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอย่างตัวเลขแรงงานในคืนวันพรุ่งนี้ และการสัมภาษณ์ประธานคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ในคืนนี้
กลยุทธ์การลงทุน เนื่องจากหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นมาสูง เช่น กลุ่มธนาคาร ไฟฟ้า พลังงาน และนิคมฯ จึงแนะนำทยอยขายทำกำไรบางส่วน และปรับพอร์ตการลงทุน แนะนำหุ้นที่ราคายังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดและได้แรงหนุนจากบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์อย่าง MTC, SAWAD, และ TIDLOR





