บริษัทหลักทรัพย์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังมีกระแสข่าวว่า Webull แพลตฟอร์มการลงทุนระดับโลก ได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ด้วยมูลค่าราว 2,500-3,000 ล้านบาท ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง และรายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงต่อเนื่อง
กิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า มูลค่าดีลดังกล่าวระหว่าง Webull และ บล.พาย แพงหรือถูกนั้นไม่สามารถพิจารณาได้จากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ทว่าต้องดูสินทรัพย์ และศักยภาพที่อยู่ภายในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเงินลงทุน พอร์ตสินทรัพย์ หรือธุรกิจสินเชื่อมาร์จิน เนื่องจากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งในตลาดยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี
ทั้งนี้จุดแข็งสำคัญของ บล.พาย นั้น การมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ครบถ้วน ทั้งธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล การเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์การลงทุน รวมถึงการลงทุนด้านระบบเทคโนโลยีที่มีความพร้อม ซึ่งจะช่วยให้ Webull สามารถต่อยอดธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว
"จากเดิมที่ Webull มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ การเข้าซื้อ บล.พาย จะทำให้สามารถขยายบริการครอบคลุมทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ กองทุน และบริการด้านการบริหารความมั่งคั่ง ส่งผลให้กลายเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพในการแข่งขันกับโบรกเกอร์รายใหญ่ของไทย"
สำหรับภาพรวมธุรกิจโบรกเกอร์ไทยยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากการแข่งขันด้านราคา โดยค่าคอมมิชชันซื้อขายเฉลี่ยปรับลดลงจากประมาณ 0.25% ในอดีต เหลือเพียงราว 0.065% ณ สิ้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้หลักของธุรกิจลดลงอย่างมาก และทำให้ทั้งบริษัทหลักทรัพย์ และผู้แนะนำการลงทุนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โบรกเกอร์จึงต้องเร่งสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ การจำหน่ายกองทุนรวม ผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่าง Equity Linked Note รวมถึงการขยายธุรกิจด้าน Wealth Management เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากค่าคอมมิชชันเพียงช่องทางเดียว
ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมในระยะยาว มองว่า ประเทศไทยมีจำนวนบริษัทหลักทรัพย์มากเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายในตลาด แม้ว่าช่วงปี 2564 ธุรกิจจะได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องในช่วงโควิด-19 จนมูลค่าการซื้อขายพุ่งสูง แต่ทว่าถือเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว ขณะที่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ปริมาณการซื้อขายลดลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในปีนี้
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า การควบรวมกิจการจะเป็นแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเข้ามาของผู้เล่นต่างชาติที่มีความแข็งแกร่งด้านเงินทุน เทคโนโลยี และฐานลูกค้าระดับโลก ซึ่งการเข้าซื้อ บล.พาย ของ Webull ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนว่า อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันจะวัดกันที่ความครบวงจรของบริการ เทคโนโลยี และความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง มากกว่าการแข่งขันด้านค่าคอมมิชชันเพียงอย่างเดียว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


