นักวิเคราะห์มองหุ้นไทย “กลุ่มค้าปลีกไอที” เผชิญแรงกดดันระยะสั้นจาก “แอปเปิล” ปรับขึ้นราคาสินค้าเร็วกว่าคาด พร้อมเข้าสู่โลว์ซีซันไตรมาส 3 ผู้บริโภคชะลอตัดสินใจซื้อรอโปรฯสินค้ารุ่นใหม่ ด้านพื้นฐานกลุ่มไม่เปลี่ยนแปลง กลับมาฟื้นตัวเด่นได้ไตรมาส 4 จากรายได้บริการผ่อนชำระ
นายณัฐพล คำนวณผล นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล. บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้าไอทีและสมาร์ทดีไวซ์หรือ “กลุ่มแกดเจ็ต” เผชิญแรงกดดันระยะสั้น หลังบริษัทแอปเปิลประกาศปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มแมคบุ๊ก, ไอแพด และอุปกรณ์อื่นๆ เร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นหลังออกคอลเล็กชันใหม่พร้อมกับไอโฟน 18 ในช่วงปลายปี 2569
อย่างไรก็ตาม ในแง่พื้นฐานธุรกิจคาดว่า “ไม่เปลี่ยนแปลง” แม้อาจมีแรงกดดันด้านยอดขายบ้างตามสัดส่วนของสินค้าแอปเปิลที่วางขาย โดยในไตรมาส 3 COM7 คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ยอดขายอาจลดลงราว 8-10%, ส่วน SYNEX ลดลง 6-8% ,และ ADVICE ที่ 3-5% ตามลำดับ โดยเป็นผลมาจากความต้องการซื้อหรือดีมานด์ฝั่งผู้บริโภคที่ชะลอลง เพื่อรอการปรับราคาและการออกโปรโมชันใหม่
ทั้งนี้ ตามปกติธุรกิจมีแรงสนับสนุนจากบริการผ่อนชำระสินค้าไอทีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น Buy Now Pay Later และยูฟันด์ของ COM7 ช่วยพยุงดีมานด์อยู่แล้ว ทำให้ถึงแม้ปริมาณการขายอาจลดลงบ้าง แต่จะไม่เท่ายอดขายที่เติบโตขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ แนวโน้มราคาเมมโมรีชิปที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มแกดเจ็ตที่มีสต็อกต้นทุนต่ำ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจยูฟันด์ของ COM7 ที่มีมาร์จินสูงราว 50% ดังนั้นจึงยังคงประมาณการผลประกอบการของกลุ่มในปี 2569 ไว้เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อดูรายละเอียดแยกตามธุรกิจคาดว่าธุรกิจค้าปลีกอย่าง COM7 และ ADVICE น่าจะทำผลงานได้ดีกว่ากลุ่มค้าส่งอย่าง SIS และ SYNEX เนื่องจากตลาดของผู้บริโภคขั้นสุดท้ายหรือ “เอนด์ยูเซอร์” ที่ซื้อสินค้าและบริการไปใช้เองมีแนวโน้มฟื้นตัวได้เร็วกว่าผู้ซื้อที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะชะลอคำสั่งซื้อออกไปเพื่อทบทวนและจัดทำงบประมาณโครงการใหม่อีกครั้ง
ผลประกอบการของกลุ่มแกดเจ็ตในไตรมาส 2 อาจยังเติบโตได้ดี จากยอดขายสินค้าในกลุ่มแอนดรอยด์อย่าง ซัมซุง-กาแลคซี่-เอส26 อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่ากำไรของธุรกิจจะชะลอลงหลังการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน เนื่องจากลูกค้ามีแนวโน้มซื้อสินค้าน้อยลงเพื่อรอสินค้าคอลเล็กชันใหม่ที่จะออกในช่วงปลายไตรมาส ก่อนที่จะเห็นการฟื้นตัวของยอดขายอีกครั้งในไตรมาส 4
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลกระทบจากการขึ้นราคาสินค้าของแอปเปิลต่อ “กลุ่มแกดเจ็ต” คาดว่าอาจไม่ได้มากอย่างที่ตลาดกังวล
"กลุ่มลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ผิดกับแบรนด์ที่เน้นตีตลาดกลุ่มที่มีกำลังซื้อปานกลาง เช่น เสียวหมี่ ซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบจากราคาชิปความจำที่เพิ่มขึ้นมากกว่า สะท้อนผ่านราคาหุ้นในตลาดต่างประเทศที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง"
เมื่อดูผลกระทบต่อพื้นฐานกลุ่มจะพบว่าแทบ “ไม่เปลี่ยนแปลง” แม้อาจมีผลกระทบในระยะสั้นบ้างผ่านยอดขายสินค้าแอปเปิลในรุ่นเรือธงที่ลดลงราว 5-10% แต่คาดว่าลูกค้าจะยังมีความภักดีต่อแบรนด์และหันไปซื้อรุ่นที่มีราคาถูกลงมา มากกว่าจะเลือกเปลี่ยนรุ่นไปเลย
ในระยะต่อไปหุ้นกลุ่มกลุ่มแกดเจ็ตอาจต้องเผชิญแรงกดดันในแง่ของเงินบาทที่อ่อนค่าซึ่ง กระทบต้นทุนการนำเข้าสินค้า ต่างจากในระยะก่อนหน้านี้ที่เงินบาทแข็งค่าทำให้แม้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นก็อาจไม่กระทบธุรกิจมาก


