วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน 2569

Login
Login

NASDAQ-S&P 500 ปิดลบต่อ หลังหุ้นกลุ่มชิปถูกเทขายต่อเนื่อง

ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ปิดลบเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังหุ้นกลุ่มชิปถูกเทขายต่อเนื่อง ขณะที่หุ้น Micron ร่วงซ้ำ นักวิเคราะห์มองการย่อลงเป็นผลดีต่อตลาดเพราะหุ้นแพงเกินไป

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ปรับตัวลดลงในวันพุธ (24 มิ.ย.69) ตามเวลาท้องถิ่น นำโดยการร่วงลงของหุ้น Micron Technology ขณะที่นักลงทุนต่างจับตาดูการรายงานผลประกอบการของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้ที่มีขึ้นหลังปิดตลาด

 

โดย Nasdaq ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขยับลงต่อ 0.43% ปิดที่ 25,476.64 จุด ส่วนดัชนี S&P 500  ลดลง 0.10% ปิดที่ 7,358.22 จุด ในทางกลับกัน ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average บวกเพิ่มขึ้น 182.06 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 51,848.90 จุด

  • ราคาน้ำมันดิบร่วงต่อ

ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในวันพุธ โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ Brent ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากล ดิ่งลง 4.33% ปิดที่ 73.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงก่อนที่สหรัฐ และอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ ร่วงลง 3.92% ปิดที่ 70.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Yield) ปรับตัวลดลงตามทิศทางราคาน้ำมัน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 4.5%

หุ้นกลุ่มพลังงานได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยหุ้นของบริษัทใหญ่อย่าง Exxon Mobil, Chevron, ConocoPhillips และ SLB ต่างพากันร่วงลงมากกว่า 2% ส่งผลให้กองทุน State Street Energy Select Sector SPDR ETF (XLE) ปรับตัวลดลงมากกว่า 1%

 

ในขณะเดียวกัน หุ้นของ Micron ฟื้นตัวขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของวันแต่ยังคงปิดลบ 0.3% ส่วนหุ้นกลุ่มหน่วยความจำคู่แข่งอย่าง Sandisk ร่วงลง 2.5% หลังจากที่ทั้งสองบริษัทเพิ่งดิ่งลงอย่างรุนแรงถึง 13% ในวันก่อนหน้า ทางด้านกองทุน VanEck Semiconductor ETF (SMH) ปิดตลาดลดลงเล็กน้อย

 

Micron มีกำหนดรายงานผลประกอบการล่าสุดหลังตลาดปิดในวันพุธ โดยนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย FactSet คาดการณ์ว่าบริษัทจะมีกำไรอยู่ที่ 20.83 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 35.75 พันล้านดอลลาร์

 

ความเคลื่อนไหวในวันพุธนี้เกิดขึ้นหลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างหนักจนฉุดให้ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ดิ่งลงเมื่อวันอังคาร โดยนักลงทุนได้พากันขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้กองทุน ETF กลุ่มชิปอย่าง SMH ปิดลบไปถึง 7% ในวันนั้น

  • นักวิเคราะห์มองหุ้นเทคฯแพงไป

 "การปรับตัวลดลงของหุ้นเทคโนโลยีถือเป็นการย่อตัวที่ดีต่อตลาด เนื่องจากหุ้นเทคฯ หลายตัวเริ่มมีราคาที่ตึงตัวเกินไปแล้ว" ริก การ์ดเนอร์  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ RGA Investments กล่าว "การย่อตัวครั้งนี้สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มตระหนักว่า ความคาดหวังต่อผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยีนั้นอยู่สูงมาก ซึ่งจะกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายยิ่งขึ้นเมื่อฤดูกาลรายงานงบการเงินจะเริ่มต้นอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม และเรามองว่าการปรับฐานรอบนี้เป็นเพียงการจัดระเบียบความคาดหวังใหม่"

 

หุ้น Micron มีการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงเป็นประวัติการณ์ในปี 2026 โดยราคาหุ้นเพิ่งทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ไปเมื่อวันจันทร์ และปิดตลาดวันอังคารที่ 1,051.77 ดอลลาร์ต่อหุ้น อย่างไรก็ตาม เจย์ วูดส์  หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดจาก Freedom Capital Markets เตือนว่าหุ้นอาจปรับตัวลดลงได้หลังจากการรายงานผลประกอบการ

 

เขาระบุว่า ราคาหุ้นอาจย่อตัวลงไปอยู่ที่ "1,000 ดอลลาร์ ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นการปรับฐานครั้งใหญ่ แต่มันเป็นจุดที่เหล่านักเทรดกำลังจับตามอง เนื่องจากราคาจะเริ่มลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน 

 

ส่วนหุ้น Alphabet ลดช่วงบวกลงและปิดลบ 0.2% ในวันพุธ หลังจากที่ S&P Global แถลงเมื่อวันอังคารว่า บริษัทแม่ของ Google รายนี้จะเข้าไปคำนวณในดัชนี Dow Jones แทนที่บริษัท Verizon ในเร็วๆ นี้