ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า สังเกตได้ว่าช่วงนี้นักลงทุนเริ่มมีคำถาม ทำไม SET ครึ่งหลังเดือน มิ.ย. 69 ย่อแรง? และหุ้นใหญ่หลายตัวก็ย่อแปลกๆ โดยช่วง 15 มิ.ย. – 23 มิ.ย.2569 SET INDEX หลุด 1600 จุด และปรับฐานลงมาแล้ว 3.2% ขาดแรงสนับสนุน ดัชนีจากสถาบันฯ และ WINDOW DRESSING เหมือนกับในอดีต
โดยเฉพาะแรงหนุนจาก WINDOW DRESSING ช่วงปลายครึ่งปีอาจไม่ทรงพลังเหมือนในอดีต ด้วยปัจจัยต่างๆ ดังนี้
นับตั้งแต่ VAYU1 กลับเข้ามามีบทบาทในตลาด SET มักย่อตัวในช่วงท้ายครึ่งปีกับปลายปีโดยช่วงครึ่งเดือนก่อนสิ้นครึ่งปีหรือปลายปี SET INDEX ให้ผลตอบแทนติดลบทุกครั้ง ได้แก่ 2H12M24 -2.2%, 2H6M25 -2.9% และ 2H12M25 -1.1% สะท้อนว่าแรงพยุงปลายงวดอาจถูกลดทอนลง
การเตรียมเงินสำหรับจ่ายปันผลของกองทุน VAYU1 ลดทอนกำลัง WINDOW DRESSING ปัจจัยสำคัญคือ VAYU1 มีขนาดใหญ่ระดับประมาณ 1.71 แสนล้านบาท ณ ราคา 11.4 บาท โดยมีนโยบายจ่ายปันผล 3%–9% ต่อปี ทำให้กรอบเงินปันผลทั้งปีอาจอยู่ราว 4.5 พันล้านบาทถึง 1.35 หมื่นล้านบาท หรือหากจ่ายเป็นรอบครึ่งปีเม็ดเงินอาจอยู่ระดับหลายพันล้านบาท
ล่าสุดกองทุน VAYU1 ถือเงินสดอยู่น้อย และมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นที่กระจุกตัวอยู่กับ 5 หุ้นใหญ่เกินครึ่งพอร์ต แม้กองทุนไม่จำเป็นต้องขายหุ้นเพื่อจ่ายปันผลทั้งหมด เพราะสามารถใช้กำไรสะสม เงินสด หรือสำรองเงินปันผลได้แต่ด้วยโครงสร้างพอร์ตที่มีน้ำหนักหุ้นสูงถึง 90.85% และถือหุ้น BIG CAP กระจุกตัว โดย TOP 5 HOLDINGS
ได้แก่ SCB 18.90%, PTT 13.72%, DELTA 7.69%, GULF 6.04% และ ADVANC 5.75% รวมกันราว 52.1% ของพอร์ต ทำให้ตลาดอาจกังวลต่อแรงเตรียมสภาพคล่องหรือแรงปรับพอร์ตล่วงหน้า
ดังนั้นความกังวลต่อการจ่ายปันผลของ VAYU1 อาจเป็นปัจจัยที่กลบฤทธิ์ WINDOW DRESSING ในช่วงปลายงวด โดยเฉพาะผ่านหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นแกนหลักของ SET INDEX ทำให้ตลาดมีโอกาสผันผวนหรือติดลบในช่วงครึ่งเดือนก่อนสิ้นครึ่งปีได้
กลยุทธ์แนะนำหลบความผันผวนตลาด กับ หุ้น HIGH YIELD : BBL, KBANK, TTB, KTB และ หุ้น VALUE ราคา LAGGARD : BDMS, CPF, SIRI, THA


