"หุ้นไทย" เช้านี้ (24 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,550.96 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.06 จุด หรือ 0.65% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากความคาดหวังของตลาดต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% และปรับประมาณการจีดีพีของไทยเพิ่มขึ้น
"ตลาดหุ้นไทย" เช้านี้ (24 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,550.96 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.06 จุด หรือ 0.65% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,552.38 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,536.37 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 34,808.49 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- GULF ราคาปิด 61.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.65% มูลค่าซื้อขาย 3,775.74 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 315.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.63% มูลค่าซื้อขาย 3,775.20 ล้านบาท
- AOT ราคาปิด 60.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท หรือ 4.74% มูลค่าซื้อขาย 2,647.47 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 354.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.12% มูลค่าซื้อขาย 1,777.62 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 211.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.93% มูลค่าซื้อขาย 1,525.37 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวลดลง 2.11% เผชิญแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังตลาดให้น้ำหนักและกังวลในเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน (AI Capex) ที่สูงว่าจะคุ้มค่าหรือไม่
ปัจจัยต่างประเทศ มีความกังวลว่าคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นและเงินดอลลาร์แข็งค่า กดดันตลาดหุ้นเกิดใหม่และค่าเงินบาทให้อ่อนค่าทดสอบระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนปัจจัยในประเทศ กนง. คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ค่อนข้างแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะมีสัญญาณดีขึ้นหรือไม่หลังสถานการณ์สงครามผ่อนคลาย ทั้งในด้านแนวโน้มเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด รวมถึงประมาณการจีดีพีที่อาจดีกว่าคาด
ในระยะต่อไป ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวทางเทคนิคระยะสั้นหลังลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 1,540-1,545 จุด อย่างไรก็ตามอัปไซด์ในการปรับขึ้นยังจำกัด
กลยุทธ์การลงทุน ตลาดยังมีแนวโน้มหมุนเวียนเงินลงทุนเข้าหากลุ่มการบริโภคภายในประเทศและ Yield Sensitive เช่น ค้าปลีก ท่องเที่ยว ขนส่ง โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ อาหาร และ การแพทย์ ซึ่งยังแลกการ์ดตลาด และมีโอกาสกลับมาทำผลงานได้ดีในครึ่งปีหลังแนะนำหุ้นเด่นประจำเดือน BGRIM, CPALL, CRC, ERW และ STA


