วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (24 มิ.ย. 2569) ปิดบวก 10.06 จุด รีบาวด์รับคาดหวัง กนง. ปรับประมาณการจีดีพีเพิ่มขึ้น

"หุ้นไทย" เช้านี้ (24 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,550.96 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.06 จุด หรือ 0.65% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากความคาดหวังของตลาดต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% และปรับประมาณการจีดีพีของไทยเพิ่มขึ้น

"ตลาดหุ้นไทย" เช้านี้ (24 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,550.96 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.06 จุด หรือ 0.65% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,552.38 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,536.37 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 34,808.49 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. GULF ราคาปิด 61.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 1.65% มูลค่าซื้อขาย 3,775.74 ล้านบาท
     
  2. DELTA ราคาปิด 315.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.63% มูลค่าซื้อขาย 3,775.20 ล้านบาท
     
  3. AOT ราคาปิด 60.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท หรือ 4.74% มูลค่าซื้อขาย 2,647.47 ล้านบาท
     
  4. ADVANC ราคาปิด 354.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.12% มูลค่าซื้อขาย 1,777.62 ล้านบาท
     
  5. KBANK ราคาปิด 211.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.93% มูลค่าซื้อขาย 1,525.37 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวลดลง 2.11% เผชิญแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังตลาดให้น้ำหนักและกังวลในเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน (AI Capex) ที่สูงว่าจะคุ้มค่าหรือไม่

ปัจจัยต่างประเทศ มีความกังวลว่าคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นและเงินดอลลาร์แข็งค่า กดดันตลาดหุ้นเกิดใหม่และค่าเงินบาทให้อ่อนค่าทดสอบระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ 

ส่วนปัจจัยในประเทศ กนง. คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ค่อนข้างแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะมีสัญญาณดีขึ้นหรือไม่หลังสถานการณ์สงครามผ่อนคลาย ทั้งในด้านแนวโน้มเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด รวมถึงประมาณการจีดีพีที่อาจดีกว่าคาด

ในระยะต่อไป ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวทางเทคนิคระยะสั้นหลังลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 1,540-1,545 จุด อย่างไรก็ตามอัปไซด์ในการปรับขึ้นยังจำกัด 

กลยุทธ์การลงทุน ตลาดยังมีแนวโน้มหมุนเวียนเงินลงทุนเข้าหากลุ่มการบริโภคภายในประเทศและ Yield Sensitive เช่น ค้าปลีก ท่องเที่ยว ขนส่ง โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ อาหาร และ การแพทย์  ซึ่งยังแลกการ์ดตลาด และมีโอกาสกลับมาทำผลงานได้ดีในครึ่งปีหลังแนะนำหุ้นเด่นประจำเดือน BGRIM, CPALL, CRC, ERW และ STA