วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘สิงเทล’ จบขายบิ๊กล็อต ‘กัลฟ์’ ไม่กระทบบริหาร-คงเป้าเดิม

วานนี้ (23 มิ.ย.2569) มีรายงานหลังปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่ามีการทำรายการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) พบบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF มีมูลค่าสูงสุด 25,686.12 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 59.07 บาท

สอดคล้องกับรายงานข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า บริษัท สิงเทล โกลบอล อินเวสต์เมนต์ กำลังดำเนินการเสนอขายหุ้น GULF มูลค่าสูงสุดถึง 2.496 หมื่นล้านบาท (979.6 ล้านดอลลาร์) ผ่านการทำบิ๊กล็อต ซึ่งตามเงื่อนไขข้อตกลง สิงเทลจะเสนอขายหุ้น GULF จำนวน 416 ล้านหุ้น ในช่วงราคา 58.80-60 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนส่วนลดประมาณ 2-4% จากราคาปิดตลาดเมื่อ 22 มิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 61.25 บาท 

โดยการขายหุ้นส่วนใหญ่ใน GULF ของสิงเทลครั้งนี้ จะช่วยปลดล็อกเงินทุนได้มากถึง 980 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น และเป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 740 ล้านดอลลาร์สำหรับ บริษัท เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ (STT GDC) ขณะที่ สิงเทลจะยังคงถือหุ้นเหลืออยู่เกือบ 5% เพื่อรอการถอนตัวออกในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ไม่ได้เป็นสัญญาณถึงการถอนตัวออกจากประเทศไทย เนื่องจากบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่จากสิงคโปร์รายนี้ยังคงพึ่งพาเงินปันผลจากการถือหุ้น 24.8% ในบมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) 

แหล่งข่าวนักลงทุนสถาบัน เปิดเผยว่า หลังจาก GULF มีการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางส่วนออกมาในตลาด ประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ถือเป็นผลบวกต่อโครงสร้างตลาด เนื่องจากจะช่วยเพิ่มสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนให้สูงขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนดังกล่าว น่าจะส่งผลดีต่อการจัดอันดับน้ำหนักการลงทุนในดัชนี MSCI ซึ่งจะดึงดูดเม็ดเงินจาก นักลงทุนสถาบันต่างชาติ โดยเฉพาะ กลุ่มนักลงทุน Passive Investors จำเป็นต้องเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มตามน้ำหนักดัชนีที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่จะสร้างกำไรให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต ให้เข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต 

อีกทั้ง เดิมผู้ถือหุ้นรายนี้ถือหุ้นอยู่ที่ราว 7.7% และได้ลดสัดส่วนลงมาเหลือราว 4.9%  ทำให้การขายในรอบนี้คาดว่าน่าจะจบลงแล้ว เพราะว่าที่ระดับ 4.9% กว่า ๆ ถือเป็นเรื่องดีเพราะช่วยลดแรงกดดันราคาหุ้น 

อีกทั้ง การขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครั้งนี้เป็นการปรับพอร์ตของผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เน้นการบริหาร มองเป็นโอกาสดีในการเพิ่มสภาพคล่องและน้ำหนักในดัชนีสากล โดยขณะนี้กระบวนการขายรอบนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้ในช่วงเช้าจะมีแรงเทขายจากอาการกังวล ของนักลงทุนบางส่วน แต่ราคาหุ้นก็ได้ฟื้นตัวกลับมาเท่ากับวันก่อนหน้า ที่ 61.25 บาท สะท้อนว่าตลาดเข้าใจสถานการณ์แล้ว

“คาดการขายหุ้นครั้งนี้ ไม่มีผลกระทบต่อการบริหารงานของกัลฟ์  ทำให้สถานการณ์ของบริษัทและราคาหุ้นยังคงมีความมั่นคงและเป็นไปตามที่บริษัทวางเป้าหมายเอาไว้” 

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี กล่าวว่า ประเมินระยะสั้นราคาหุ้น GULF อาจเผชิญแรงกดดันเชิงเทคนิคจากการทำรายการ Big Lot ขนาดใหญ่ รวมถึงการกำหนดราคาขายในระดับ Discount เทียบกับราคาตลาดโดยมองแนวรับสำคัญของหุ้นอยู่ช่วง 58.75-60 บาทต่อหุ้น 

โดยมุมมองปัจจัยพื้นฐาน ระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ หรือฐานะการเงิน เนื่องจากเป็นเพียงการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นเดิม ไม่ใช่การออกหุ้นใหม่ หรือการเพิ่มทุนจึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้าน Dilution และไม่ส่งผลต่อกำไรต่อหุ้น 

นอกจากนี้ มองดีลดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยบวกต่อการคำนวณน้ำหนักในดัชนี MSCI และ FTSE ในอนาคต เนื่องจากหุ้นที่ถูกขายออกมาคิดเป็นประมาณ 2.896 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด หากกระจายไปยังนักลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนทั่วไป และได้รับการนับรวมเป็น Free Float จะช่วยเพิ่มสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด (Free Float) ของ GULF อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับ การเพิ่มขึ้นของ Free Float มีแนวโน้มส่งผลให้น้ำหนักการลงทุนของ GULF ในดัชนี MSCI และ FTSE ปรับตัวเพิ่มขึ้นในการทบทวนรอบถัดไป เนื่องจากทั้งสองดัชนีให้น้ำหนักกับหุ้นที่สามารถลงทุนได้จริง ซึ่งอาจนำไปสู่กระแสเงินลงทุนจากกองทุน Passive Fund และ ETF ที่อ้างอิงดัชนีดังกล่าวไหลเข้าหุ้นเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า

จึงมองว่าการขายหุ้นของ Singtel ครั้งนี้เป็นเพียงแรงกดดันเชิงเทคนิคระยะสั้น ขณะที่ในเชิงโครงสร้างถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกจากการลดสัดส่วนการถือครองของผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ (Strategic Holding) และเพิ่ม Free Float ให้กับ

หุ้น GULF ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อโอกาสการเพิ่มน้ำหนักในดัชนีสำคัญระดับโลก และเอื้อต่อการดึงดูดเม็ดเม็ดเงินลงทนจากนักลงทุนสถาบันในอนาคต ทั้งนี้ยังคงมมมองเชิงบากต่อปัจจัยพื้นฐานของ GULF และคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมาย 74 บาทต่อหุ้น

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองดีลดังกล่าวเป็นเพียง sentiment เชิงลบระยะสั้น โดยคาดว่าหลังการควบรวมระหว่าง GULF และ INTUCH แล้ว บทบาทของ Singtel อาจลดลง ขณะเดียวกันนโยบายการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ของ Singtel28 ยังมุ่งเน้นการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่

ธุรกิจหลัก (non-core assets) เพื่อนำเงินไปลงทุนในธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งนี้ การขาย Big Lot ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ราคาซึ่งมีส่วนลดจากราคาปิดเพียงประมาณ 2-4%สะท้อนถึงแรงซื่อ (demand) ที่ค่อนข้างแข็งแกร่งในตลาด

อย่างไรก็ตามหากธุรกรรมดังกล่าวดำเนินการครบตามจำนวนที่ระบุไว้ Singtel จะยังคงถือหุ้น GULF อยู่ประมาณ739 ล้านหุ้น ซึ่งจะอยู่ภายได้ข้อกำหนด lock-up periodห้ามขายเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 90 วัน