ดัชนีแนสแด็ก ปิดร่วงลง 2% นำโดย Micron ขณะที่การเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเขย่าตลาด หลังกระแสเทขาย AI ลามจากเอเชีย นักวิเคราะห์บางคนเรียกว่าเป็นเหตุการณ์ “ชิปอับปาง”
การร่วงลงของตลาดหุ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาถูกนักกลยุทธ์ของวอลล์สตรีทรายหนึ่งนิยามว่าเป็นเหตุการณ์ “ชิปอับปาง” (Chip-Wreck)
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ปรับตัวลดลงในวันอังคาร (23 มิ.ย. 69) เนื่องจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เซสชันก่อนหน้าเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นข้ามคืน ส่งผลให้ตลาดโลกในฝั่งเอเชียดิ่งลงอย่างหนักตามการร่วงลงของหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำ (Memory Chip)
S&P 500 ซึ่งเป็นดัชนีตลาดวงกว้าง ร่วงลง 1.44% ปิดที่ 7,365.46 จุด
ดัชนี Nasdaq ที่เน้นกลุ่มเทคโนโลยี ดิ่งลง 2.21% ปิดที่ 25,587.04 จุด
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปิดลบไป 45.87 จุด หรือ 0.09% อยู่ที่ 51,666.84 จุด
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหลักขยับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดของวันได้บ้าง เนื่องจากหุ้นเทคโนโลยีกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้ผลิตชิป เช่น Microsoft และ Amazon รวมถึงหุ้นกลุ่มปลอดภัย (Defensive Stocks) อย่าง Walmart, Procter & Gamble และ Johnson & Johnson ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ หุ้นของ IBM พุ่งขึ้น 5% หลังจาก JPMorgan ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุนเป็น "Overweight" (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน) ขณะที่ Sherwin-Williams และ Merck ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ในเซสชันวันจันทร์ ดัชนี Nasdaq ลดลงไปแล้ว 1.3% โดยส่วนใหญ่ถูกฉุดโดยหุ้นของ Alphabet ก่อนที่แรงเทขายจะลุกลามไปทั่วโลก โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้นำดิ่งหนักที่สุดในภูมิภาค ซึ่ง SK Hynix ผู้นำด้านชิปหน่วยความจำที่เป็นตัวขับเคลื่อนกระแสเก็งกำไร AI ในประเทศ ปิดร่วงลงมากกว่า 12% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ (ซึ่งปีนี้บวกขึ้นมาแล้ว 95%) ปรับตัวลดลงเกือบ 10% ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 3.55% ยุติสถิติขาขึ้นต่อเนื่อง 8 เซสชันลงไป
ในวันอังคาร หุ้น Micron Technology ที่ซื้อขายในตลาดสหรัฐ ก็เจอรอยแผลแบบเดียวกัน โดยหุ้นของผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายนี้ร่วงลงถึง 13% ส่วน Sandisk ร่วง 13% ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอย่าง Seagate Technology ลดลงมากกว่า 5% ทางด้าน Intel ปรับตัวลดลง 6% ส่วน AMD และ Qualcomm ร่วงลงเกือบ 6% และ 8% ตามลำดับ
สำหรับกองทุนรวมดัชนี XLK (State Street Technology Select Sector SPDR ETF) ร่วงลง 4% และกองทุน SMH (VanEck Semiconductor ETF) ลดลง 7% ในขณะเดียวกัน หุ้นของ SpaceX ขยับขึ้นสวนทางได้ประมาณ 1%
ทางฝั่ง Alphabet ยังคงอยู่ในแดนลบต่อเนื่องโดยลดลงอีก 1% หลังจากที่ราคาหุ้นดิ่งลงไปแล้ว 5% ในวันจันทร์ จากความกังวลเรื่องการลาออกของบุคลากรระดับหัวกะทิด้าน AI ของบริษัท
- นักวิเคราะห์มองแนวโน้มตลาด
"หุ้นที่เคยได้ประโยชน์จากกระแส AI กำลังเผชิญกับแรงเทขาย ผมไม่ได้มองว่าหุ้นเหล่านี้แพงเกินไปหรอก แต่เป็นเพราะนักลงทุนเข้าไปกระจุกตัวกันมากเกินไป (Crowded)" แอนดรูว์ สลิมมอน ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโออาวุโสจาก Morgan Stanley Investment Management กล่าวในรายการ "Squawk Box" ของซีเอ็นบีซี เมื่อวันอังคาร "มันคือกิเลสและจิตวิญญาณของเหล่านักเทรดสายโมเมนตัม และเมื่อเกิดสิ่งนี้ขึ้น คุณก็จะเจอกับการเทขายอย่างรุนแรงแบบที่เรากำลังเผชิญอยู่ ซึ่งผมมองว่านี่เป็นการปรับฐานที่สมเหตุสมผลและดีต่อสุขภาพของตลาดแล้ว"
ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานถึงตลาดวันอังคารว่า หุ้นชิปสหรัฐ ดิ่งพินาศ หลังกระแสเทขาย AI ลามจากเอเชีย การร่วงลงของตลาดหุ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาถูกนักยุทธศาสตร์ของวอลล์สตรีทรายหนึ่งนิยามว่าเป็นเหตุการณ์ “ชิปอับปาง” (Chip-Wreck)
“ไม่ว่าเราจะรีบาวด์ได้ในระยะสั้นหรือไม่ เราก็ยังมองเห็นความเสี่ยงด้านขาลงในระดับกลางสำหรับเทรดหุ้นเทค/AI อยู่ดี” โจนาธาน ครินสกี้ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เชิงเทคนิคของ BTIG LLC กล่าว โดยเขาประเมินว่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังมีโอกาสปรับตัวลงต่ออีก 10%–15% และอธิบายการเคลื่อนไหวของตลาดเมื่อวันอังคารว่าเป็น “Chip-Wreck”


