วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

เจาะหุ้น 'ปันผล' เด่น ฝ่ายุคเงินเฟ้อ-เซฟกระแสเงินสดสไตล์ผู้ชนะ

ท่ามกลางเงินเฟ้อที่เร่งตัว การลงทุนใน 'หุ้นปันผล' กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ด้วยคุณสมบัติช่วยลดความผันผวนของพอร์ตและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่ต่อเนื่อง ชวนฟังเสียง 'นักวิเคราะห์' กับบทบาทของหุ้นปันผล และเทคนิคการคัดหุ้นปันผลคุณภาพ

"เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "หุ้นปันผล" กลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุนอีกครั้ง จากเหตุผลสำคัญประการแรกคือแนวโน้มการเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น หลังตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นอยู่ในกรอบ 2.79-2.89% ถือว่าสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 1% เท่านั้น

“สถานการณ์ที่เรียกว่า ‘เงินเฟ้อท่วมเงินฝาก’ ทำให้นักลงทุนแสวงหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าหรือ Search for yield กันมากขึ้น ดังนั้น หุ้นปันผลที่มีเรตติ้งที่ดีและมีความน่าเชื่อถือจึงได้รับความนิยม เพราะนักลงทุนมองว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในปัจจุบัน”

ประการต่อมา หุ้นปันผลมีบทบาทสำคัญในพอร์ตการลงทุนเพราะให้กระแสเงินสดที่ต่อเนื่อง สะดวกต่อนักลงทุนนำไปจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน โดยช่วงเวลาของการจ่ายเงินปันผลก็สามารถเลือกได้ทั้งแบบจ่ายปีละ 1 ครั้ง 2 ครั้ง หรือทุกไตรมาส การมีหุ้นปันผลอยู่ในพอร์ตทำให้การบริหารการเงินและลงทุนมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ประการที่สาม การจัดพอร์ตตามนโยบายปันผล ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกบริหารผลตอบแทนได้ว่าต้องการผลตอบแทนที่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความแน่นอนและสม่ำเสมอมากกว่าการลงทุนในหุ้นเติบโต เพราะนักลงทุนไม่ต้องเสี่ยงกับความผันผวนของราคาตลาด เท่ากับการลงทุนแบบเก็งกำไรที่คาดหวังส่วนต่างราคา

สำหรับเคล็ดลับการเลือกหุ้นปันผลที่ดี ให้เน้นลงทุนในธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่อง และรายได้ดังกล่าวควรจะเป็นรายได้ที่มาจากการดำเนินงานปกติ ไม่ใช่รายได้จากรายการพิเศษชั่วครั้งชั่วคราว

อีกทั้งนักลงทุนต้องศึกษานโยบายการจ่ายเงินปันผลของธุรกิจว่ามี “อัตราการจ่ายเงินปันผล” (Dividend Payout Ratio) กี่เปอร์เซ็นต์จากกำไรสุทธิ โดยโครงสร้างการจัดสรรกำไรที่ดีควรมีการจ่ายปันผลมากกว่า 50% และมีกำไรสะสมมากพอสมควร

อีกด้านหนึ่งคือการดู “สัดส่วนหนี้สินต่อทุน” (D/E Ratio) ซึ่งใช้วัดระดับความเสี่ยงทางการเงินของบริษัท โดยเป็นการเปรียบเทียบว่าบริษัทใช้เงินทุนที่มาจากการกู้ยืมเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ธุรกิจที่ดีควรมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ไม่มากจนเกินไป โดยนักลงทุนควรให้ความสำคัญกับ “หนี้สินส่วนที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย” มากกว่าหนี้สินประเภทอื่น

ช่วงเวลาที่ควรซื้อหุ้นปันผล สำหรับนักลงทุนที่หวังลงทุนในระยะยาวแนะนำเป็นช่วงก่อนการขึ้นเครื่องหมาย XD ราว 2 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่ราคาหุ้นยังไม่ตอบสนองกับปัจจัยการจ่ายเงินปันผลมากนัก และมีแนวโน้มที่นักลงทุนจะได้ราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสมมากกว่า

คำแนะนำหุ้นปันผลที่น่าสนใจช่วงนี้ ควรเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตได้ดี เช่น กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างกลุ่มธนาคารและประกันภัย เช่น TTB, BBL, และ KBANK รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) อย่าง TRUE และ ADVANC ส่วนอุตสาหกรรมขาลงอย่างกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ให้เลือกธุรกิจที่มีพื้นฐานที่แข็งแรง เช่น AP, SC, และ SIRI

เจาะหุ้น 'ปันผล' เด่น ฝ่ายุคเงินเฟ้อ-เซฟกระแสเงินสดสไตล์ผู้ชนะ ที่มา: สไลด์นำเสนอในหัวข้อ "Valuation หุ้นปันผลที่น่าสนใจ" บล.เอเชียพลัส 

"ภูวดล ภูสอดเงิน" ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล. บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หุ้นปันผลมีบทบาทช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และสร้างกระแสเงินสดระหว่างทาง โดยเฉพาะในช่วงตลาดมีความแปรปรวนสูง นักลงทุนก็มีแนวโน้มจะกลับมาให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) รองรับมากขึ้น

ทั้งนี้ เงินปันผลที่ดีควรมาจากกำไรปกติและกระแสเงินสดจากธุรกิจหลัก ไม่ใช่กำไรพิเศษหรือการขายสินทรัพย์ เพราะถ้ามาจากรายการพิเศษ ปันผลอาจเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวและไม่ยั่งยืน นอกจากนี้ ในการคัดเลือกหุ้นปันผลจากงบการเงิน อัตราการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิ และกระแสเงินสดอิสระมีความสำคัญมาก

“การเลือกหุ้นปันผลเราดูแค่ผลตอบแทนอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูว่าอัตราการจ่ายปันผลสูงเกินไปหรือไม่ และบริษัทมีกระแสเงินสดอิสระหลังหักรายจ่ายลงทุนและภาระต่างๆ แล้วพอจ่ายจริงหรือเปล่า ถ้าจ่ายปันผลสูงแต่กระแสเงินสดไม่ดี หรือจ่ายเกินกำไรต่อเนื่อง เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเสี่ยง

กลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นปันผลที่ดีให้เน้นหุ้นที่กำไรสม่ำเสมอ กระแสเงินสดดี และหนี้ไม่สูง รวมถึงต้องคัดหุ้นที่คุณภาพ มีความสามารถในการทำกำไรควบคู่กับผลตอบแทน เพื่อหลีกเลี่ยง “กับดักเงินปันผล” ที่มักเกิดกับหุ้นที่เลือกจะให้ผลตอบแทนสูงเพราะราคาปรับตัวลงมามาก แต่เนื้อในของธุรกิจทำกำไรได้น้อยลง และบริษัทมีโอกาสจ่ายปันผลน้อยลงด้วยในระยะยาว

สำหรับคำแนะนำในหุ้นปันผลที่แนะนำและถือได้ยาว ยังคงมองกลุ่มที่มีกระแสเงินสดมั่นคงและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เช่น ADVANC ในกลุ่มสื่อสาร กลุ่มธนาคาร เช่น BBL, SCB, KTB, TISCO กลุ่มอสังหาฯ เลือก CPNREIT และกลุ่มสาธารณูปโภคเลือก WHAUP โดยควรจัดพอร์ตให้กระจายไปในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมไม่กระจุกตัวในอุตสาหกรรมเดียว