ท่ามกลางเงินเฟ้อที่เร่งตัว การลงทุนใน 'หุ้นปันผล' กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ด้วยคุณสมบัติช่วยลดความผันผวนของพอร์ตและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่ต่อเนื่อง ชวนฟังเสียง 'นักวิเคราะห์' กับบทบาทของหุ้นปันผล และเทคนิคการคัดหุ้นปันผลคุณภาพ
"เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า "หุ้นปันผล" กลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุนอีกครั้ง จากเหตุผลสำคัญประการแรกคือแนวโน้มการเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น หลังตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นอยู่ในกรอบ 2.79-2.89% ถือว่าสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 1% เท่านั้น
“สถานการณ์ที่เรียกว่า ‘เงินเฟ้อท่วมเงินฝาก’ ทำให้นักลงทุนแสวงหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าหรือ Search for yield กันมากขึ้น ดังนั้น หุ้นปันผลที่มีเรตติ้งที่ดีและมีความน่าเชื่อถือจึงได้รับความนิยม เพราะนักลงทุนมองว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนในปัจจุบัน”
ประการต่อมา หุ้นปันผลมีบทบาทสำคัญในพอร์ตการลงทุนเพราะให้กระแสเงินสดที่ต่อเนื่อง สะดวกต่อนักลงทุนนำไปจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน โดยช่วงเวลาของการจ่ายเงินปันผลก็สามารถเลือกได้ทั้งแบบจ่ายปีละ 1 ครั้ง 2 ครั้ง หรือทุกไตรมาส การมีหุ้นปันผลอยู่ในพอร์ตทำให้การบริหารการเงินและลงทุนมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ประการที่สาม การจัดพอร์ตตามนโยบายปันผล ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกบริหารผลตอบแทนได้ว่าต้องการผลตอบแทนที่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความแน่นอนและสม่ำเสมอมากกว่าการลงทุนในหุ้นเติบโต เพราะนักลงทุนไม่ต้องเสี่ยงกับความผันผวนของราคาตลาด เท่ากับการลงทุนแบบเก็งกำไรที่คาดหวังส่วนต่างราคา
สำหรับเคล็ดลับการเลือกหุ้นปันผลที่ดี ให้เน้นลงทุนในธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่อง และรายได้ดังกล่าวควรจะเป็นรายได้ที่มาจากการดำเนินงานปกติ ไม่ใช่รายได้จากรายการพิเศษชั่วครั้งชั่วคราว
อีกทั้งนักลงทุนต้องศึกษานโยบายการจ่ายเงินปันผลของธุรกิจว่ามี “อัตราการจ่ายเงินปันผล” (Dividend Payout Ratio) กี่เปอร์เซ็นต์จากกำไรสุทธิ โดยโครงสร้างการจัดสรรกำไรที่ดีควรมีการจ่ายปันผลมากกว่า 50% และมีกำไรสะสมมากพอสมควร
อีกด้านหนึ่งคือการดู “สัดส่วนหนี้สินต่อทุน” (D/E Ratio) ซึ่งใช้วัดระดับความเสี่ยงทางการเงินของบริษัท โดยเป็นการเปรียบเทียบว่าบริษัทใช้เงินทุนที่มาจากการกู้ยืมเป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ธุรกิจที่ดีควรมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ไม่มากจนเกินไป โดยนักลงทุนควรให้ความสำคัญกับ “หนี้สินส่วนที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย” มากกว่าหนี้สินประเภทอื่น
ช่วงเวลาที่ควรซื้อหุ้นปันผล สำหรับนักลงทุนที่หวังลงทุนในระยะยาวแนะนำเป็นช่วงก่อนการขึ้นเครื่องหมาย XD ราว 2 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่ราคาหุ้นยังไม่ตอบสนองกับปัจจัยการจ่ายเงินปันผลมากนัก และมีแนวโน้มที่นักลงทุนจะได้ราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสมมากกว่า
คำแนะนำหุ้นปันผลที่น่าสนใจช่วงนี้ ควรเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตได้ดี เช่น กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างกลุ่มธนาคารและประกันภัย เช่น TTB, BBL, และ KBANK รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) อย่าง TRUE และ ADVANC ส่วนอุตสาหกรรมขาลงอย่างกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ให้เลือกธุรกิจที่มีพื้นฐานที่แข็งแรง เช่น AP, SC, และ SIRI
"ภูวดล ภูสอดเงิน" ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล. บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หุ้นปันผลมีบทบาทช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และสร้างกระแสเงินสดระหว่างทาง โดยเฉพาะในช่วงตลาดมีความแปรปรวนสูง นักลงทุนก็มีแนวโน้มจะกลับมาให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) รองรับมากขึ้น
ทั้งนี้ เงินปันผลที่ดีควรมาจากกำไรปกติและกระแสเงินสดจากธุรกิจหลัก ไม่ใช่กำไรพิเศษหรือการขายสินทรัพย์ เพราะถ้ามาจากรายการพิเศษ ปันผลอาจเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวและไม่ยั่งยืน นอกจากนี้ ในการคัดเลือกหุ้นปันผลจากงบการเงิน อัตราการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิ และกระแสเงินสดอิสระมีความสำคัญมาก
“การเลือกหุ้นปันผลเราดูแค่ผลตอบแทนอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูว่าอัตราการจ่ายปันผลสูงเกินไปหรือไม่ และบริษัทมีกระแสเงินสดอิสระหลังหักรายจ่ายลงทุนและภาระต่างๆ แล้วพอจ่ายจริงหรือเปล่า ถ้าจ่ายปันผลสูงแต่กระแสเงินสดไม่ดี หรือจ่ายเกินกำไรต่อเนื่อง เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเสี่ยง”
กลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นปันผลที่ดีให้เน้นหุ้นที่กำไรสม่ำเสมอ กระแสเงินสดดี และหนี้ไม่สูง รวมถึงต้องคัดหุ้นที่คุณภาพ มีความสามารถในการทำกำไรควบคู่กับผลตอบแทน เพื่อหลีกเลี่ยง “กับดักเงินปันผล” ที่มักเกิดกับหุ้นที่เลือกจะให้ผลตอบแทนสูงเพราะราคาปรับตัวลงมามาก แต่เนื้อในของธุรกิจทำกำไรได้น้อยลง และบริษัทมีโอกาสจ่ายปันผลน้อยลงด้วยในระยะยาว
สำหรับคำแนะนำในหุ้นปันผลที่แนะนำและถือได้ยาว ยังคงมองกลุ่มที่มีกระแสเงินสดมั่นคงและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เช่น ADVANC ในกลุ่มสื่อสาร กลุ่มธนาคาร เช่น BBL, SCB, KTB, TISCO กลุ่มอสังหาฯ เลือก CPNREIT และกลุ่มสาธารณูปโภคเลือก WHAUP โดยควรจัดพอร์ตให้กระจายไปในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมไม่กระจุกตัวในอุตสาหกรรมเดียว


