"หุ้นไทย" วันนี้ (23 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,540.90 จุด ปรับตัวลดลง 33.23 จุด หรือ 2.11% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงขายหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA ที่กดดันดัชนีกว่า 16 จุด หลังมีปัจจัยเฉพาะเสี่ยงถูกเกณฑ์แคปเวทช่วงสิ้นไตรมาส 2
"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (23 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,540.90 จุด ปรับตัวลดลง 33.23 จุด หรือ 2.11% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,569.78 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,538.69 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 114,176.30 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- GULF ราคาปิด 60.50 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.22% มูลค่าซื้อขาย 13,663.95 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 317.00 บาท ลดลง 18.00 บาท หรือ 5.37% มูลค่าซื้อขาย 7,644.98 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 207.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 1.43% มูลค่าซื้อขาย 4,453.78 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 35.00 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.10% มูลค่าซื้อขาย 3,554.32 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 177.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.39% มูลค่าซื้อขาย 3,142.68 ล้านบาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับลงแรงกว่า 2% สอดคล้องทิศทางตลาดภูมิภาค นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น DELTA ซึ่งมีส่วนกดดันดัชนีกว่า 16 จุด โดยมีสาเหตุมาจากความเสี่ยงการถูกจำกัดน้ำหนักหรือ “แคปเวท” ของ DELTA ใน SET50 ช่วงสิ้นสุดไตรมาสที่ 2
นอกจากนี้บรรยากาศการลงทุนหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมยังมีแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดเกาหลีใต้ที่มีแรงขายออกมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ช่วงเวลาก่อนการรายงานผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Micron Technology เนื่องจากนักลงทุนกังวลความเสี่ยงการปรับฐานของราคาหุ้นหลังตลาดรับรู้ผลการดำเนินงานที่แท้จริง ว่าอาจเติบโตไม่ทันต่อความคาดหวัง
ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,536-1,540 จุด แนวต้าน 1,560 จุด ตลาดมีความเสี่ยงปรับฐานรุนแรงหลังปรับตัวลงมาต่ำกว่าแนวรับสำคัญ 1,564 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ รายงาน Annual Market Classification Review ของ MSCI หากตลาดอินโดนีเซียถูกลดอันดับสู่ตลาดชายขอบอาจเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย
สำหรับคาดการณ์ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงมองบวกว่าจะมีการ “คงดอกเบี้ย” และอาจมีการปรับประมาณการจีดีพีเพิ่มขึ้น รับตัวเลข BOI และการเติบโตในภาคการส่งออกที่ออกมาค่อนข้างดี
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการหมุนเวียนเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และได้ประโยชน์จากการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เช่น ค้าปลีก ท่องเที่ยว และโรงแรม อย่าง AOT, MINT, CENTEL, และ CRC


