"หุ้นไทย" เช้านี้ (23 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,561.39 จุด ปรับตัวลดลง 12.74 จุด หรือ 0.81% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวลงตามทิศทางดัชนีแนสแด็กของสหรัฐ เสริมด้วยปัจจัยเฉพาะหุ้น DELTA จากเกณฑ์การจำกัดน้ำหนัก
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (23 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,561.39 จุด ปรับตัวลดลง 12.74 จุด หรือ 0.81% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,569.78 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,558.02 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 65,806.73 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- GULF ราคาปิด 61.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 8,358.89 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 326.00 บาท ลดลง 9.00 บาท หรือ 2.69% มูลค่าซื้อขาย 2,976.29 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 209.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.48% มูลค่าซื้อขาย 2,359.68 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 35.25 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.40% มูลค่าซื้อขาย 1,863.59 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 177.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.39% มูลค่าซื้อขาย 1,587.30 ล้านบาท
นายณัฐชาต เมฆมาสิน นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด หรือ บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันนี้คาดแกว่งตัวในทางลบนำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สอดคล้องดัชนีแนสแด็กที่ปรับตัวลงรวมถึงหุ้นสเปซเอ็กซ์ ประกอบกับหุ้น DELTA ยังคงมีปัจจัยกดดันเกี่ยวกับเกณฑ์การจำกัดน้ำหนักหุ้นหรือ "แคปเวท" ในช่วงปลายสัปดาห์
ปัจจัยต่างประเทศได้แรงหนุนจากการคลายความกังวลสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐออกใบอนุญาต 60 วันให้อิหร่านขายน้ำมันในตลาดโลกได้ เป็นการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่อิหร่าน ขณะที่ทั้งสองประเทศเตรียมเดินหน้าการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร
นอกจากนี้ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่าการเจรจารอบแรกกับอิหร่านเป็นไปด้วยดี และอิหร่านได้ตกลงอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบด้านนิวเคลียร์กลับเข้าประเทศอีกครั้ง ส่งผลราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทรงตัวที่ระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นบวกต่อกลุ่มผู้ใช้น้ำมันเป็นทุน เช่น กลุ่มสายการบิน
ด้านปัจจัยภายในประเทศมีประเด็นที่น่าติดตาม ได้แก่ พัฒนาการของราคาหุ้น GULF ภายหลังวานนี้คณะกรรมการของ Singtel ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GULF ประกาศขายหุ้นราว 2.8% ออกมาที่ระดับราคาช่วง 58.80-60.00 บาท
มองประเด็นนี้อาจเป็นการส่งเสริมความน่าสนใจของตัวหุ้นในระยะถัดไป จากสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีโอกาสจะทำให้หุ้นได้เพิ่มน้ำหนักกลับจากดัชนี FTSE รวมถึง MSCI ในลำดับถัดไป ส่วนในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ประเมินว่า GULF จะเป็นหุ้นใหญ่ตัวหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากการเกณฑ์น้ำหนักเพิ่มจากเกณฑ์แคปเวทประจำไตรมาส
ในวันนี้ (23 มิ.ย. ปี 2569) คาดดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีแนวรับ 1,561 จุด แนวต้าน 1,587 จุด โดยต้องจับตาสัญญาณของเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หรือ "บอนด์ยีลด์" อย่างใกล้ชิดหลังล่าสุดยังคงมีการปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ GULF เก็งกำไรได้ ต่อมาคือ BA คลายกังวลเรื่องต้นทุนหลังราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.78 ดอลลาร์ และสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดเที่ยวบินเกาะสมุย ถัดมาคือ GPSC ได้แรงหนุนจากเกคโค่-วัน (GHECO-One) กลับมาเดินเครื่อง และสุดท้ายคือ OSP จากราคาวัตถุดิบและแก๊สปรับลดลง ส่งผลดีต่อต้นทุนยืดหยุ่นและอัตรากำไรขั้นต้นในระยะถัดไป


