วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (23 มิ.ย. 2569) ปิดลบ 12.74 จุด กลุ่มชิ้นส่วนฯ ร่วงตามแนสแด็ก แคปเวท DELTA ยังกดดัน

"หุ้นไทย" เช้านี้ (23 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,561.39 จุด ปรับตัวลดลง 12.74 จุด หรือ 0.81% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวลงตามทิศทางดัชนีแนสแด็กของสหรัฐ เสริมด้วยปัจจัยเฉพาะหุ้น DELTA จากเกณฑ์การจำกัดน้ำหนัก

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (23 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,561.39 จุด ปรับตัวลดลง 12.74 จุด หรือ 0.81% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,569.78 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,558.02 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 65,806.73 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. GULF ราคาปิด 61.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 8,358.89 ล้านบาท
     
  2. DELTA ราคาปิด 326.00 บาท ลดลง 9.00 บาท หรือ 2.69% มูลค่าซื้อขาย 2,976.29 ล้านบาท
     
  3. KBANK ราคาปิด 209.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.48% มูลค่าซื้อขาย 2,359.68 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 35.25 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.40% มูลค่าซื้อขาย 1,863.59 ล้านบาท
     
  5. BBL ราคาปิด 177.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.39% มูลค่าซื้อขาย 1,587.30 ล้านบาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด หรือ บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันนี้คาดแกว่งตัวในทางลบนำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สอดคล้องดัชนีแนสแด็กที่ปรับตัวลงรวมถึงหุ้นสเปซเอ็กซ์ ประกอบกับหุ้น DELTA ยังคงมีปัจจัยกดดันเกี่ยวกับเกณฑ์การจำกัดน้ำหนักหุ้นหรือ "แคปเวท" ในช่วงปลายสัปดาห์

ปัจจัยต่างประเทศได้แรงหนุนจากการคลายความกังวลสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังสหรัฐออกใบอนุญาต 60 วันให้อิหร่านขายน้ำมันในตลาดโลกได้ เป็นการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่อิหร่าน ขณะที่ทั้งสองประเทศเตรียมเดินหน้าการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร

นอกจากนี้ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่าการเจรจารอบแรกกับอิหร่านเป็นไปด้วยดี และอิหร่านได้ตกลงอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบด้านนิวเคลียร์กลับเข้าประเทศอีกครั้ง ส่งผลราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทรงตัวที่ระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นบวกต่อกลุ่มผู้ใช้น้ำมันเป็นทุน เช่น กลุ่มสายการบิน

ด้านปัจจัยภายในประเทศมีประเด็นที่น่าติดตาม ได้แก่ พัฒนาการของราคาหุ้น GULF ภายหลังวานนี้คณะกรรมการของ Singtel ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GULF ประกาศขายหุ้นราว 2.8% ออกมาที่ระดับราคาช่วง 58.80-60.00 บาท

มองประเด็นนี้อาจเป็นการส่งเสริมความน่าสนใจของตัวหุ้นในระยะถัดไป จากสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีโอกาสจะทำให้หุ้นได้เพิ่มน้ำหนักกลับจากดัชนี FTSE รวมถึง MSCI ในลำดับถัดไป ส่วนในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ประเมินว่า GULF จะเป็นหุ้นใหญ่ตัวหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากการเกณฑ์น้ำหนักเพิ่มจากเกณฑ์แคปเวทประจำไตรมาส

ในวันนี้ (23 มิ.ย. ปี 2569) คาดดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีแนวรับ 1,561 จุด แนวต้าน 1,587 จุด โดยต้องจับตาสัญญาณของเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หรือ "บอนด์ยีลด์" อย่างใกล้ชิดหลังล่าสุดยังคงมีการปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ GULF เก็งกำไรได้ ต่อมาคือ BA คลายกังวลเรื่องต้นทุนหลังราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.78 ดอลลาร์ และสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดเที่ยวบินเกาะสมุย ถัดมาคือ GPSC ได้แรงหนุนจากเกคโค่-วัน (GHECO-One) กลับมาเดินเครื่อง และสุดท้ายคือ OSP จากราคาวัตถุดิบและแก๊สปรับลดลง ส่งผลดีต่อต้นทุนยืดหยุ่นและอัตรากำไรขั้นต้นในระยะถัดไป