วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

'UOB' ร่วมกับ 'IRPC' รุกสินเชื่อการค้ายั่งยืน กำหนดวงเงินด้วย 'S&P Global ESG Score'

'UOB' และ 'IRPC' ประกาศความร่วมมือด้านการเงิน สนับสนุนสินเชื่อการค้าอ้างอิง S&P Global ESG Score เป็นตัวชี้วัดหลัก เน้นบูรณาการ ESG เข้ากับการบริหารเงินทุนหมุนเวียนและการค้า ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ลงนามความร่วมมือด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยให้การสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพื่อการค้า ที่อ้างอิงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนโดยนำ S&P Global ESG Score มาใช้เป็นตัวชี้วัดในการกำหนดเงื่อนไขทางการเงินของวงเงินสินเชื่อ

การลงนามในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการเป้าหมาย ESG เข้ากับการบริหารเงินทุนหมุนเวียนและธุรกรรมการค้าห่วงโซ่อุปทานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมไทย โดยวงเงินสินเชื่อดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มของภาคธุรกิจที่กำลัง "เปลี่ยนผ่าน" จาก ESG ไปสู่การเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับโครงสร้างของผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนซึ่งพัฒนาภายใต้กรอบ Sustainability-Linked Loan Principles ของธนาคารยูโอบี มีมาตรฐานสากลที่กำหนดให้ผลการดำเนินงานด้าน ESG ของ IRPC เชื่อมโยงกับเงื่อนไขทางการเงินของวงเงินสินเชื่อ ผ่านตัวชี้วัดหลักคือ S&P Global ESG Score ซึ่งครอบคลุมการประเมินผลในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

'UOB' ร่วมกับ 'IRPC' รุกสินเชื่อการค้ายั่งยืน กำหนดวงเงินด้วย 'S&P Global ESG Score'

นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า การกำหนดโครงสร้างผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของยูโอบี คือการนำเป้าหมายด้าน ESG มาเชื่อมโยงโดยตรงกับธุรกรรมการค้าและการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการดำเนินธุรกิจในภาคอุตสาหกรรม

ยูโอบีเชื่อว่าเครื่องมือทางการเงินในลักษณะนี้จะมีบทบาทมากขึ้นในการสนับสนุนธุรกิจไทยให้เติบโตและแข่งขันได้ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นระบบ

 “ธุรกิจไทยกำลังเผชิญความคาดหวังที่สูงขึ้นจากนักลงทุน ลูกค้า และคู่ค้าทั่วโลก ให้มีการผนวกหลักความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นบทบาทของสถาบันการเงินในวันนี้ จึงขยายจากการสนับสนุนเงินทุนสู่การออกแบบเครื่องมือทางการเงิน ที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเดินหน้าเปลี่ยนผ่านได้จริง”

 

นางสาวทอแสง ไชยประวัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางการเงินยุคใหม่ที่มองความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในอนาคต ในบริบทที่เครื่องมือทางการเงินรูปแบบ Sustainability-Linked กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก

ความร่วมมือระหว่าง ยูโอบี และ ไออาร์พีซี สะท้อนบทบาทของภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรมในการร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการเงินเพื่อความยั่งยืน การนำ ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจและการบริหารทางการเงิน รวมถึงการยกระดับมาตรฐาน Sustainable Finance ของประเทศไทย และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล

"ไออาร์พีซี มุ่งมั่นยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนขององค์กร แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการนำผลการดำเนินงานด้าน ESG มาเชื่อมโยงกับกลไกทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว”