หุ้น SpaceX ร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา มูลค่าตลาดวูบกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ นักลงทุนขายออกเพราะกังวลบริษัทจะกู้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาธุรกิจเอไอ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า หุ้น SpaceX ปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในวันจันทร์ (22 มิ.ย.69) ส่งผลให้มูลค่าตลาด (Market Value) หายไปหลายแสนล้านดอลลาร์ หลังจากบริษัทภายใต้การนำของ อีลอน มัสก์ ประกาศเสนอขายหุ้นกู้ระดับที่น่าลงทุน (Investment-Grade Bonds) เป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้ากู้ยืมเงินครั้งมหาศาลเพื่อระดมทุนรองรับความทะเยอทะยานในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หุ้นของบริษัทดิ่งลง 16% ปิดที่ 154.60 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันแรกที่บริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ส่งผลให้ยอดรวมการร่วงลงในช่วง 3 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 23% และมูลค่าตลาดสูญหายไปกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว ปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของบริษัทขยับลงมาอยู่เหนือระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์เล็กน้อย
"ฝั่งผู้ขายกลับมาเป็นฝ่ายควบคุมตลาดอีกครั้ง ตอนนี้ใครก็ตามในโลกที่อยากซื้อหุ้นตัวนี้ ก็คงได้ซื้อกันไปหมดแล้ว"
ไมเคิล โอรูก หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดจาก JonesTrading กล่าว
การซื้อขายหุ้น SpaceX ในช่วงวันแรกๆ หลังจากสร้างสถิติระดมทุนมูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ผ่านการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ต้องเผชิญกับความผันผวนรุนแรง ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นปกติกับหุ้น IPO ใหม่ที่มีสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาดต่ำ (Low Float) โดยมีหุ้นเพียง 4.2% ของหุ้นทั้งหมดที่เปิดให้ซื้อขายในวันแรก ประกอบกับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนรายย่อย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการร่วงลงอย่างหนักในวันจันทร์ แต่ SpaceX ก็ยังคงเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยราคาหุ้นในปัจจุบันยังสูงกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์อยู่ราว 15%
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า บริษัทกลุ่มเทคโนโลยีจรวด ดาวเทียม และ AI แห่งนี้ กำลังต้องการระดมทุนอย่างน้อย 2 หมื่นล้านดอลลาร์จากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งแรก นอกจากนี้ SpaceX ยังเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทได้ลงนามในข้อตกลงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อจัดหาทรัพยากรด้านระบบคอมพิวเตอร์ให้กับ Reflection AI ซึ่งเป็นสตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์
การเบนเข็มเข้าสู่ภาคปัญญาประดิษฐ์ของ SpaceX ผ่านการเข้าซื้อกิจการ xAI ของมัสก์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้นักลงทุนต่างจับตามองการเข้าตลาดของบริษัทอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางแนวโน้มการทำ IPO ของบริษัทคู่แข่งอย่าง Anthropic PBC และ OpenAI ซึ่งทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีมูลค่าประเมินอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์แนะให้ถือ
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Vanda Research ระบุว่า การซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยในหุ้น SpaceX (ซึ่งมีชื่อจดทะเบียนอย่างเป็นทางการว่า Space Exploration Technologies Corp) ถือว่าคึกคักที่สุดในบรรดาหุ้น IPO ยุคหลัง โดยกลุ่มรายย่อยมียอดซื้อสุทธิสูงถึง 405 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 เซสชันแรก ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนรายย่อยแห่ซื้อหุ้น SpaceX มากกว่าการซื้อหุ้นในกลุ่ม 7 นางฟ้า (Magnificent Seven) ทุกตัวรวมกันเสียอีก แม้ในวันจันทร์กลุ่มนักลงทุนรายย่อยจะยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิ แต่ปริมาณเงินทุนที่ไหลเข้าเริ่มปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับของสัปดาห์ก่อนหน้า
ทางด้าน KeyBanc Capital Markets ได้เริ่มออกบทวิเคราะห์หุ้นตัวนี้ โดยให้คำแนะนำน้ำหนักการลงทุนเท่ากับกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Weight) ซึ่งถือเป็นระดับเทียบเท่ากับคำแนะนำ "ถือครอง" (Hold) เป็นรายแรกตามข้อมูลที่บลูมเบิร์กติดตาม นักวิเคราะห์ซึ่งนำโดย ไมเคิล เลช็อก ระบุในรายงานว่า แม้ SpaceX จะยังคงครองความเป็นผู้นำในธุรกิจปล่อยยานอวกาศ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องที่เกี่ยวข้องอย่างมั่นคง แต่คุณค่าระยะยาวของบริษัทได้สะท้อน และถูกกลืนเข้าไปในราคาหุ้นปัจจุบันไปมากแล้ว
"SpaceX มีช่องทางการเติบโตที่สร้างความสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรม (Disruptive Growth) ทว่าในมุมมองของเรา เราเชื่อว่าสิ่งนี้ได้สะท้อนออกมาในมูลค่าประเมินปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว และระดับความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk/Reward) ในตอนนี้ดูจะมีความสมดุลแล้ว" เลช็อก ระบุ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


