วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

หุ้นตลาดเกิดใหม่ลุ้น 'กระทิงรอบใหม่' กำไรดีกว่าคาดในรอบ 4 ปี ดันดัชนีพุ่งเกือบ 30%

ตลาดหุ้น Emerging Markets ลุ้นภาวะตลาดกระทิงรอบใหม่ หลังกำไรดีกว่าคาดเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ผลงานบวกเกือบ 30% แล้วในปีนี้

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ทำกำไรได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ จนทำให้นักลงทุนเชื่อว่าภาวะ "ตลาดกระทิง" ของตลาดหุ้นเกิดใหม่อาจกำลังเริ่มต้น

ข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก ระบุว่า บริษัทจดทะเบียนในดัชนี MSCI EM Index รายงานกำไรเฉลี่ยต่อปีสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เมื่อหนึ่งปีก่อน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2022 โดยแม้ว่า "บริษัทเทคโนโลยีในเอเชีย" จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก แต่กำไรของภาคส่วนอื่นๆ ก็เริ่มปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ทั้งโรงกลั่นน้ำมันในอินเดีย และบริษัทผลิตไฟฟ้าในบราซิล

หลังจากหุ้นตลาดเกิดใหม่ปรับตัวขึ้นเกือบ 30% ในปีนี้ หลักฐานอีกด้านอย่างการเติบโตของกำไรบจ. ที่แข็งแกร่ง กำลังส่งสัญญาณให้นักลงทุนสายบวกเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดในครั้งนี้ "มีพื้นฐานรองรับจริง ไม่ได้เกิดจากแรงเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว" ส่งผลให้สถาบันการเงินอย่าง Morgan Stanley และ JPMorgan Chase & Co. คาดการณ์ว่า "แรงซื้อจะเริ่มกระจายตัวออกไปนอกกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แล้ว"

“นี่คือจุดเปลี่ยนที่แท้จริง” อาร์ชี ฮาร์ต จากบริษัทไนน์ตีวัน ยูเค กล่าว “ในที่สุดตลาดก็ได้รับการยืนยันจากปัจจัยพื้นฐาน แทนที่จะวิ่งนำหน้าปัจจัยพื้นฐานเหมือนที่ผ่านมา”

กำไรต่อหุ้น (EPS) ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของบริษัทในดัชนี MSCI EM ในช่วง 12 เดือน จนถึงถึงเดือนพ.ค. 2026 อยู่ที่ 95.1 จุด ซึ่งสูงกว่าประมาณการล่วงหน้าที่นักวิเคราะห์เคยคาดไว้เมื่อหนึ่งปีก่อนที่ 94.6 จุด

กำไรที่แข็งแกร่งขึ้นอาจจูงใจให้ผู้จัดการกองทุน "โยกเงินเข้าสู่หุ้นตลาดเกิดใหม่มากขึ้น" ซึ่งจะช่วยผลักดันการปรับตัวขึ้นของตลาดในระยะต่อไป ฮาร์ตคำนวณว่า หากนักลงทุนลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสหรัฐเพียง 5% เงินดังกล่าวจะเทียบเท่ากับการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ถึงราว 30% เนื่องจากขนาดตลาดทั้งสองแตกต่างกันมาก

ฮาร์ต ยังระบุด้วยว่า หุ้นเทคโนโลยีในตลาดเกิดใหม่ยังซื้อขายด้วยมูลค่าที่ต่ำกว่าหุ้นสหรัฐอย่างมาก แม้จะมีอัตราการเติบโตของกำไรสูงกว่า เช่น ดัชนีผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐซื้อขายกันที่ P/E มากกว่า 46 เท่า ขณะที่ดัชนีเทคโนโลยีสารสนเทศของ MSCI EM ซื้อขายเพียง 12.3 เท่า

หุ้นตลาดเกิดใหม่ลุ้น 'กระทิงรอบใหม่' กำไรดีกว่าคาดในรอบ 4 ปี ดันดัชนีพุ่งเกือบ 30%

'AI-จีน' จุดเริ่มต้นของการฟื้นตัว

การที่บริษัทจำนวนมากทำกำไรได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวของตลาดเกิดใหม่ที่เริ่มขึ้นในปี 2025 โดยกำไรเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วจากการลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น และจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน

ก่อนหน้านั้น กำไรของบริษัทในตลาดเกิดใหม่ลดลงถึง 25% ระหว่างปี 2022-2024 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ในกลุ่มบริษัทที่ได้อานิสงส์จากเอไอนั้น นำโดยบริษัท SK Hynix ของเกาหลีใต้ ซึ่งรายงานกำไรไตรมาสแรกสูงกว่าคาดถึง 43% ขณะที่ Samsung Electronics ทำได้ดีกว่าคาด 16% และ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) กำไรสูงกว่าประมาณการ 5.7%

ส่วนบริษัทนอกภาคเทคโนโลยีที่โดดเด่น ได้แก่ Indian Oil Corp. ซึ่งกำไรสูงกว่าคาด 33% และ Eneva SA ผู้ผลิตไฟฟ้าของบราซิลที่กำไรดีกว่าคาดถึง 44%

"แม้ผลการดำเนินงานในแต่ละภูมิภาคยังแตกต่างกัน แต่ทิศทางโดยรวมของเกือบทุกภูมิภาคกำลังเปลี่ยนเป็นบวก ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา" จิทาเนีย กันธารี รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Morgan Stanley Investment Management กล่าว

อย่างไรก็ตาม กันธารีเตือนด้วยว่าการพึ่งพาหุ้น AI มากเกินไปยังเป็นความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว โดยบริษัทในเอเชียยังคงทำผลงานเหนือคาดอย่างชัดเจน ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ส่วนอื่นๆ ยังมีผลประกอบการที่เหนือคาดเพียงเล็กน้อย หรือบางแห่งยังต่ำกว่าคาด

การฟื้นตัวเริ่มขยายวง แต่ยังไม่ทั่วถึง

"บริษัทพลังงาน" เริ่มรายงานกำไรสูงกว่าคาดในไตรมาสนี้ ขณะที่ "กลุ่มการเงิน" กลับมาทำได้ดีกว่าประมาณการตั้งแต่ปลายปี 2025 ส่วน "บริษัทในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และอุตสาหกรรม" มีกำไรใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ดี หลายภาคส่วนยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะกลุ่ม "สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นและสินค้าอุปโภคบริโภคฟุ่มเฟือย" ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผลงานต่ำกว่าคาดมากที่สุด ขณะที่กลุ่มสาธารณสุข อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภคก็ยังตามหลังประมาณการเช่นกัน

“ภายใต้ภาพรวมที่ดูดี ยังมีการกระจุกตัวอยู่มาก” อาชิช ชูห์ ผู้จัดการกองทุนของ Loomis Sayles กล่าว “การเติบโตของกำไรต่อหุ้นส่วนใหญ่ยังมาจากภาคเทคโนโลยี”

ดอลลาร์-จีน หนุนรอบขาขึ้นระยะยาว

นักลงทุนยังมองเห็นปัจจัยบวกอื่นๆ ที่อาจช่วยหนุนการฟื้นตัวของกำไรในวงกว้างมากขึ้น โดยการที่ "จีน" เริ่มหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดเปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว ขณะเดียวกัน การออกหุ้นใหม่เริ่มชะลอตัวลง และบริษัทต่างๆ เพิ่มการซื้อหุ้นคืน ซึ่งช่วยหนุนกำไรต่อหุ้น

ฮาร์ต ระบุว่าตั้งแต่ปี 2010 ตลาดหุ้นจีนถูกกดดันจากการออกหุ้นใหม่จำนวนมาก ส่งผลให้การเติบโตของ EPS ถูกลดทอนลงมากถึง 6 จุดเปอร์เซ็นต์ แม้ว่าธุรกิจพื้นฐานจะเติบโตได้ดี แต่แนวโน้มดังกล่าวกำลังเริ่มกลับทิศ

ด้าน JPMorgan Asset Management คาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะต่อไป โดยสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจจะเอื้อต่อกลุ่มอุตสาหกรรม การป้องกันประเทศ และสินค้าโภคภัณฑ์ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

“เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง การใช้จ่ายภาครัฐขนาดใหญ่ในประเทศเศรษฐกิจหลัก วัฏจักรการลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานที่มีแนวโน้มยาวนานหลายปี ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อตลาดเกิดใหม่” อนุจ อโรรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนด้านหุ้นตลาดเกิดใหม่ของเจพีมอร์แกน กล่าว


ที่มา: Bloomberg