“กรณ์ จาติกวณิช” อดีตขุนคลัง ถอดบทเรียนลงทุน เตือนนักลงทุนอย่าตกหลุม FOMO ชี้วิ่งซื้อหุ้นตามกระแสไม่เคยทำใครรวย พร้อมย้ำสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่พลาดหุ้นร้อนแรง แต่คือ การไม่ลงทุนเลยในยุคดอกเบี้ยต่ำ-ค่าครองชีพพุ่ง
ผ่านพ้นไปแล้วกับงาน SET in the City 2026 มหกรรมการลงทุนประจำปีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ยังคงคึกคัก และได้รับความสนใจจากนักลงทุน จำนวนมากเช่นเคย นอกจากภายในงานจะอัดแน่นด้วยข้อมูลการลงทุน และทางเลือกใหม่ๆ อย่างการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศผ่านโบรกเกอร์ไทยแล้ว ปีนี้ยังมีบุคคลดังในแวดวงการเงิน และการลงทุนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มาร่วมติดตามบรรยากาศงานด้วย และยังได้สะท้อนมุมมองต่อพฤติกรรมของนักลงทุนยุคใหม่ โดยเขียนบรรยายผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงภาวะ FOMO หรืออาการ “กลัวตกขบวน” ที่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญทั้งในโลกการเงิน และการใช้ชีวิต
กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ว่า งานปีนี้คึกคักเช่นเคย โดยที่เดี๋ยวนี้ เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีหลักทรัพย์ต่างประเทศให้ซื้อผ่านโบรกเกอร์ไทยได้ ก็เลยมีทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น
มีสื่อมาขอสัมภาษณ์ ถามคำถามได้ดีว่า กรณี FOMO (Fear of Missing Out - หรืออาการกลัวตกขบวนรถไฟ) - แบบไหนอันตรายกว่ากัน FOMO หุ้นร้อนแรง หรือ FOMO ชีวิตที่ดูดีของเพื่อน
ผมตอบว่าอาการ FOMO ในทุกกรณีควรหลีกเลี่ยง ถ้าเป็นเรื่องชีวิต ต้องขอบอกว่าชีวิตใครชีวิตมัน
สำคัญคือ ต้องมีความสุขกับชีวิตเราให้ได้ (ไม่มีใครไม่อยากรวย แต่เชื่อผมเถอะ คนที่มีความสุขในชีวิตคือ คนที่นั่งชั้นประหยัดก็ได้ ไม่ต้องนั่ง First Class กินข้าวแกงก็อร่อยไม่ต้องกินร้านหรู)
ส่วน FOMO การลงทุนอันตรายกว่า เพราะในประสบการณ์ผม ไม่เคยเห็นใครรํ่ารวยจากการวิ่งซื้อหุ้นตามคนอื่น กว่าข่าวจะมาถึงเรา ขาใหญ่เขาเตรียมจะขายกันแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ ประเมินว่าเราต้องการผลตอบแทนประมาณเท่าไร รับความเสี่ยงได้แค่ไหน และมีวินัยในการลงทุนตามนั้น ด้วยข้อมูลที่มืออาชีพได้วิเคราะห์ไว้ให้เราพิจารณา
แต่ที่น่ากลัวสุดคือ การไม่ลงทุนเลย เพราะด้วยดอกเบี้ยเงินฝากเพียงไม่ถึง 1% และค่าครองชีพที่สูงเอาๆ ใครที่มีเงินออม แต่ไม่ลงทุนเพื่อมีผลตอบแทนอย่างน้อยสัก 4-5% จะมีแต่จนลง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





