วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

'กรณ์' อดีตขุนคลัง ถอดบทเรียนลงทุน ชี้ FOMO หุ้นไม่เคยทำใครรวย เตือนไม่ลงทุนเลยเสี่ยงน่ากลัวกว่า

“กรณ์ จาติกวณิช” อดีตขุนคลัง ถอดบทเรียนลงทุน เตือนนักลงทุนอย่าตกหลุม FOMO ชี้วิ่งซื้อหุ้นตามกระแสไม่เคยทำใครรวย พร้อมย้ำสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่พลาดหุ้นร้อนแรง แต่คือการไม่ลงทุนเลยในยุคดอกเบี้ยต่ำ-ค่าครองชีพพุ่ง

ผ่านพ้นไปแล้วกับงาน SET in the City 2026 มหกรรมการลงทุนประจำปีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ยังคงคึกคักและได้รับความสนใจจากนักลงทุน จำนวนมากเช่นเคย นอกจากภายในงานจะอัดแน่นด้วยข้อมูลการลงทุนและทางเลือกใหม่ ๆ อย่างการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศผ่านโบรกเกอร์ไทยแล้ว ปีนี้ยังมีบุคคลดังในแวดวงการเงินและการลงทุนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มาร่วมติดตามบรรยากาศงานด้วย และยังได้สะท้อนมุมมองต่อพฤติกรรมของนักลงทุนยุคใหม่ โดยเขียนบรรยายผ่านทางเฟสบุคส่วนตัว ถึงภาวะ FOMO หรืออาการ “กลัวตกขบวน” ที่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญทั้งในโลกการเงินและการใช้ชีวิต

'กรณ์' อดีตขุนคลัง ถอดบทเรียนลงทุน ชี้ FOMO หุ้นไม่เคยทำใครรวย เตือนไม่ลงทุนเลยเสี่ยงน่ากลัวกว่า

กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โฟสว่า งานปีนี้คึกคักเช่นเคย โดยที่เดี๋ยวนี้เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีหลักทรัพย์ต่างประเทศให้ซื้อผ่านโบรกเกอร์ไทยได้ ก็เลยมีทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น

'กรณ์' อดีตขุนคลัง ถอดบทเรียนลงทุน ชี้ FOMO หุ้นไม่เคยทำใครรวย เตือนไม่ลงทุนเลยเสี่ยงน่ากลัวกว่า

มีสื่อมาขอสัมภาษณ์ ถามคำถามได้ดีว่า กรณี FOMO (Fear of Missing Out - หรืออาการกลัวตกขบวนรถไฟ) - แบบไหนอันตรายกว่ากัน FOMO หุ้นร้อนแรง หรือ FOMO ชีวิตที่ดูดีของเพื่อน

ผมตอบว่าอาการ FOMO ในทุกกรณีควรหลีกเลี่ยง  ถ้าเป็นเรื่องชีวิต ต้องขอบอกว่าชีวิตใครชีวิตมัน

สำคัญคือ ต้องมีความสุขกับชีวิตเราให้ได้ (ไม่มีใครไม่อยากรวย แต่เชื่อผมเถอะ คนที่มีความสุขในชีวิตคือคนที่นั่งชั้นประหยัดก็ได้ ไม่ต้องนั่ง First Class กินข้าวแกงก็อร่อยไม่ต้องกินร้านหรู)

'กรณ์' อดีตขุนคลัง ถอดบทเรียนลงทุน ชี้ FOMO หุ้นไม่เคยทำใครรวย เตือนไม่ลงทุนเลยเสี่ยงน่ากลัวกว่า

ส่วน FOMO การลงทุนอันตรายกว่า เพราะในประสบการณ์ผม ไม่เคยเห็นใครรํ่ารวยจากการวิ่งซื้อหุ้นตามคนอื่น กว่าข่าวจะมาถึงเรา ขาใหญ่เขาเตรียมจะขายกันแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือประเมินว่าเราต้องการผลตอบแทนประมาณเท่าไร รับความเสี่ยงได้แค่ไหน และมีวินัยในการลงทุนตามนั้น ด้วยข้อมูลที่มืออาชีพได้วิเคราะห์ไว้ให้เราพิจารณา

แต่ที่น่ากลัวสุดคือ การไม่ลงทุนเลย เพราะด้วยดอกเบี้ยเงินฝากเพียงไม่ถึง 1% และค่าครองชีพที่สูงเอาๆ ใครที่มีเงินออม แต่ไม่ลงทุนเพื่อมีผลตอบแทนอย่างน้อยสัก 4-5% จะมีแต่จนลง

'กรณ์' อดีตขุนคลัง ถอดบทเรียนลงทุน ชี้ FOMO หุ้นไม่เคยทำใครรวย เตือนไม่ลงทุนเลยเสี่ยงน่ากลัวกว่า