วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (18 มิ.ย. 2569) ปิดลบ 2.01 จุด รอปัจจัยใหม่ หลังกังวลทิศทางดอกเบี้ยเฟด

"หุ้นไทย" วันนี้ (18 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,585.06 จุด ปรับตัวลดลง 2.01 จุด หรือ 0.13% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่เข้มงวดของเฟด ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (18 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,585.06 จุด ปรับตัวลดลง 2.01 จุด หรือ 0.13% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,596.44 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,583.24 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 68,106.84 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 346.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.29% มูลค่าซื้อขาย 4,078.04 ล้านบาท
     
  2. SCB ราคาปิด 142.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 4,035.16 ล้านบาท
     
  3. KTB ราคาปิด 36.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.10% มูลค่าซื้อขาย 3,431.04 ล้านบาท
     
  4. GULF ราคาปิด 63.50 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.17% มูลค่าซื้อขาย 3,399.59 ล้านบาท
     
  5. KBANK ราคาปิด 206.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.49% มูลค่าซื้อขาย 2,868.45 ล้านบาท

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวไซด์เวย์ จากผลการประชุมคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ให้แนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยนโยบายในช่วงต่อจากนี้ในลักษณะเข้มงวดหรือ "ฮอว์กิช" และคาดว่าจะมีการปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1 ครั้งในปี 2569

เมื่อนำมาหักล้างกับการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จึงส่งผลให้นักลงทุนมีท่าที "Wait and see" รอปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มเติม

สำหรับหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มีแรงซื้อตั้งฐานได้ในวันนี้ จากทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดอื่น ๆ ของเอเชีย และแนวโน้มการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังมีแรงกดดันในส่วนของ DELTA จากการปรับการคำนวณ SET50

ปัจจัยในประเทศ ผลการประชุม ครม.เป็นที่น่าพอใจ งบประมาณเพื่อการลงทุนภาครัฐในปี 2570 ดูจะให้น้ำหนักไปที่โครงการก่อสร้างขนาดกลางและขนาดเล็ก มูลค่าโครงการละหลายพันล้านบาท เป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมา

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,580-1,575 จุด แนวต้าน 1,600 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์หน้า รวมถึงการรีบาลานซ์ดัชนี FTSE

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐอย่าง STECON และการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่าง BH