ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า 500 จุด หลังการประชุมเฟดครั้งแรกของ "วอร์ช" พ่นพิษ บอนด์ยีลด์พุ่งกระฉูด S&P 500-แนสแด็กลดลง หุ้นสุดฮอต SpaceX ร่วงลงวันแรกนับตั้งแต่เข้าตลาด
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวลดลงในวันพุธ (17 มิ.ย. 69) ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields) พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายคนส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วงลง 507.12 จุด หรือ 0.98% ปิดที่ 51,492.55 จุด หลังจากที่ในช่วงระหว่างวันเพิ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ ซึ่งเป็นการทำสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่สาม
ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.21% ปิดที่ 7,420.10 จุด ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite ร่วงลง 1.34% ปิดที่ 26,021.66 จุด
หุ้น SpaceX ร่วงวันแรกนับแต่เข้าเทรด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ (Tech Bellwethers) เป็นผู้นำในการร่วงลงครั้งนี้ โดย Microsoft, Meta Platforms, Alphabet และ Amazon ต่างปิดในแดนลบ นอกจากนี้ SpaceX หุ้น IPO สุดฮอต ก็ฉุดบรรยากาศการลงทุนด้วยเช่นกัน ราคาหุ้นปรับตัวลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยราคาหุ้น SpaceX ร่วงลง 4.95 % ปิดตลาดที่ 191.82 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มชิปอย่าง Intel และ Micron Technology ได้ช่วยพยุงไม่ให้ตลาดภาพรวมดิ่งลงไปมากกว่านี้
ผลการประชุมเฟดนัดแรกภายใต้ประธานคนใหม่
เมื่อสิ้นสุดการประชุมระยะเวลาสองวันของเฟด ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้ประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ธนาคารกลางสหรัฐ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในกรอบเป้าหมาย 3.5%-3.75%
อย่างไรก็ตาม รายงานสรุปประมาณการเศรษฐกิจ (Dot Plot) ระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดจำนวนหนึ่งคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นในปี 2026 โดยค่ากลางประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed funds rate) ณ สิ้นปีนี้ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.8% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 3.4% ในการประมาณการครั้งก่อนเมื่อเดือนมีนาคม ส่งสัญญาณว่าคณะกรรมการมองว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งเป็นสิ่งจำเป็นในปี 2026 ขณะเดียวกัน นายวอร์ชเปิดเผยว่าเขา "งดออกเสียง" ในการออกประมาณการครั้งนี้ ซึ่งยิ่งทำให้การคาดการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น
การตัดสินใจดังกล่าวของเฟดส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้นทันที โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี พุ่งขึ้นมากกว่า 16 จุด (basis points) สู่ระดับ 4.216%
มุมมองจากนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญ
คลอเดีย ซาห์ม (Claudia Sahm) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก New Century Advisors กล่าวว่า "ปฏิกิริยาของตลาด ณ จุดนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก Dot Plot... ที่ส่งสัญญาณไปในทางสายเหยี่ยว (Hawkish หรือแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย) มากขึ้น ทิศทางลมได้เปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อพูดถึงภาพรวมของเงินเฟ้อ"
นอกจากนี้ บรรดาผู้ค้ายังจับตาไปที่การแถลงข่าวของนายวอร์ช ซึ่งเขาเน้นย้ำหลายครั้งถึงความมุ่งมั่นของเฟดในเรื่อง "เสถียรภาพด้านราคา" ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเขาอาจจะไม่เดินหน้าผลักดันให้มีการลดอัตราดอกเบี้ยอย่างที่หลายฝ่ายเคยคาดหวังไว้ ตอนที่เขาถูกเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เจฟฟรีย์ กุนด์ลัค (Jeffrey Gundlach) ซีอีโอของ DoubleLine Capital กล่าวในรายการ Closing Bell ของสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า
"เขาบอกคุณอย่างชัดเจนว่าเขาวางแผนที่จะรักษาเสถียรภาพด้านราคา นั่นหมายความว่า... เราจะไม่มีนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย อย่างที่ทุกคนเคยคิดว่าประธานวอร์ชจะทำในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ตอนที่ทุกคนต่างนับถอยหลังรอการลดดอกเบี้ย วันนี้เขาไม่ได้พูดจาในทำนองนั้นเลยสักนิด"

