วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'BDMS' เพิ่มงบลงทุนบ.ย่อย 5,455 ล้านบาท ขยายพื้นที่โครงการ 'WellEra'

'BDMS' อนุมัติเพิ่มงบ 5,455 ล้านบาท ให้บริษัทย่อย "บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์" สำหรับโครงการ "WellEra" เพื่อขยายพื้นที่อาคารของโครงการ และรองรับต้นทุนค่าก่อสร้างที่สูงขึ้น ทำให้งบลงทุนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 29,000 ล้านบาท

แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยระบุว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5 ปี 2565 เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2565 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทและบริษัทย่อย เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวบนที่ดินพื้นที่ 13 ไร่ 60.18 ตารางวา บริเวณหัวมุมถนนสารสินและถนนหลังสวนตรงข้ามสวนลุมพินี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จากสำนักงานพระคลังข้างที่ ซึ่งมิได้เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท เพื่อพัฒนาโครงการ “BDMS Silver Wellness & Residence” นั้น

บริษัทได้จัดตั้ง “บริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% เพื่อดำเนินโครงการ mixed-use development ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต โดยบูรณาการธรรมชาติและชุมชนเข้าด้วยกัน

โดยโครงการประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 4 ส่วน ได้แก่ Wellness Residence, Wellness Clinic, Urban Wellness Retreat และ Premium Lifestyle Mall บนพื้นที่อาคารรวมประมาณ 170,000 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณลงทุนรวม 23,545 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวาระพิเศษ ครั้งที่ 1 ปี 2569 เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2569 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ จำกัด ปรับเพิ่มงบประมาณลงทุนในโครงการอีก 5,455 ล้านบาท จาก 23,545 ล้านบาท เป็น 29,000 ล้านบาท

โดยมีสาเหตุหลัก 2 ประการ ได้แก่ ประการแรก การปรับเพิ่มพื้นที่อาคารของโครงการจากประมาณ 170,000 ตารางเมตร เป็นประมาณ 207,202 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพเชิงพาณิชย์ของโครงการซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขยายธุรกิจด้าน wellness ของบริษัท และประการที่สอง ต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะตลาด

ปัจจุบันโครงการได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเปิดตัวภายใต้ชื่อ “WellEra” ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573