ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 17 มิ.ย.2569 หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 นำโดย
หุ้น CKP บวก 6.09% เพิ่มขึ้น 0.14 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.44 บาท
หุ้น BGRIM บวก 5.42% เพิ่มขึ้น 0.90 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 17.50 บาท
หุ้น BCPG บวก 5.11% เพิ่มขึ้น 0.35 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.20 บาท
หุ้น GPSC บวก 3.55% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 43.75 บาท
หุ้น GULF บวก 0.39% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 64.50 บาท
หุ้น RATCH บวก 0.81% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 31.00 บาท
หุ้น EGCO บวก 1.69% เพิ่มขึ้น 2.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 120.50 บาท
หุ้น EA บวก 1.34% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.02 บาท
เวทิต ตั้งจินดากุล นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บล.เคจีไอ ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา สะท้อนการกลับมาของปัจจัยบวกทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับกลุ่มดังกล่าวอีกครั้ง โดยได้รับปัจจัยหนุนระยะสั้นมาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ Bond Yield ที่ปรับตัวลดลง ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง และค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดมักมองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากช่วยลดต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงานในบางส่วน
ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนในระยะกลางมาจากแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เร่งตัวขึ้น โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนราว 1.1 ล้านล้านบาท และกว่า 80% เป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำในอนาคต
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามความชัดเจนของร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากไม่มีความคืบหน้ามาเป็นเวลาหลายปี โดยมองว่าการประกาศแผนดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการเก็งกำไรในหุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าใหม่
ส่วนด้านกลยุทธ์การลงทุน ได้ปรับมุมมองต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าขึ้นเป็น “ลงทุนมากกว่าตลาด” หรือ Overweight แนะนำหุ้นเด่น 3 ตัว ได้แก่ GPSC ซึ่งเป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่ม GULF ที่ให้ราคาเป้าหมาย 70 บาท และ BGRIM ที่ให้ราคาเป้าหมาย 15.30 บาท
สำหรับ BGRIM ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้ (17 มิ.ย.2569) มองว่าเป็นหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกค่อนข้างสูง ทั้งค่าเงินบาท อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และราคาน้ำมัน ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวได้โดดเด่นเมื่อปัจจัยดังกล่าวเป็นบวก อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการกลับเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบัน
ส่วน BCPG เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว หลังตลาดรับรู้ข่าวลบจากการขายโครงการในสหรัฐฯ ไปแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้นักลงทุนทยอยกลับเข้าสะสมหุ้นมากขึ้น
ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยพื้นฐานที่ทยอยฟื้นตัว ประกอบกับความชัดเจนของนโยบายภาครัฐที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง

