หุ้นไทยเปิดเช้าปรับตัวลง 6.36 จุด โบรกเผยแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศและแรงขายทำกำไรหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนรอติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดคนใหม่คืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยระยะถัดไป แนะหมุนพอร์ตสู่หุ้น Value และหุ้นปันผลสูงรับความผันผวน พร้อมชู BH, BDMS, THAI, TTB และ BBL เป็นหุ้นเด่นน่าสะสม
ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 17 มิ.ย.2569 ปรับลง 6.36 จุด หรือ 0.40% อยู่ที่ 1,581.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4,114.68 ล้านบาท
ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าวันนี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบลักษณะทรงตัวออกด้านข้าง หรือ Sideways เนื่องจากยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกกำลังรอติดตามถ้อยแถลงครั้งแรกของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ตามเวลาไทย เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป
อย่างไรก็ตาม แม้ความกังวลสถานการณ์สงครามจะเริ่มคลี่คลายลง แต่ทว่าตลาดยังให้น้ำหนักกับเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยจากสถิติในปี 2565 พบว่า หลังตลาดคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ความผันผวนกลับย้ายมาอยู่ที่เงินเฟ้อและการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวด ซึ่งเป็นสาเหตุของการปรับตัวลงแรงของตลาดหุ้นในหลายช่วงเวลา ทั้งนี้ จาก 9 วันที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงแรงที่สุดในปี มีถึง 5 วันที่ได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ภายหลังดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 1,600 จุด มองว่าควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น แนะนำให้นักลงทุนทยอยปรับพอร์ตผ่านโดยโยกเงินลงทุนเข้าสู่หุ้นกลุ่ม Value และหุ้น Laggard ที่ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด แต่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีเงินปันผลรองรับ
ด้านหุ้นเด่นที่น่าสนใจในระยะนี้ ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลอย่าง BH และ BDMS ซึ่งได้อานิสงส์จากแนวโน้มผู้ใช้บริการที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มพาณิชย์แนะนำหุ้นในเครือซีพี เช่น CPALL ส่วนกลุ่มขนส่งมองบวกต่อหุ้น THAI และกลุ่มธนาคารเลือก TTB และ BBL จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและระดับเงินปันผลที่น่าสนใจ


