วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ ทุบสถิติ ปิดทะลุ 52,000 จุดครั้งแรก อานิสงส์น้ำมันร่วง

ดัชนีดาวโจนส์ ทุบสถิติปิดสูงสุดอีกรอบ พุ่งทะลุ 52,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อคืนที่ผ่านมา อานิสงส์ราคาน้ำมันร่วง แต่แรงเทขายหุ้นเทคฉุด S&P 500 และ แนสแด็กลง

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปิดบวกเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร (16 มิ.ย. 69) เนื่องจากนักลงทุนพากันหมุนเวียนเงินทุนออกจากกลุ่มผู้ผลิตชิป (Chipmakers) เข้าสู่หุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical stocks) ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง

 

ดัชนีซึ่งประกอบด้วยหุ้นบลูชิพ 30 ตัว ปรับตัวขึ้น 328.64 จุด หรือ 0.64% มาปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 51,999.67 จุด โดยในระหว่างวันทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ (All-time intraday high) ที่ 52,190.29 จุด

ขณะที่ ดัชนี S&P 500  ลดลง 0.57% ปิดที่ 7,511.35 จุด และดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ร่วงลง 1.15% ปิดที่ 26,376.34 จุด

ปัจจัยที่ฉุดดัชนี Nasdaq ซึ่งหนักไปทางหุ้นเทคโนโลยีให้ร่วงลง คือหุ้นกลุ่มชิปหลายตัวที่พากันร่วงระนาวในวันอังคาร โดยหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) ร่วงลงมากกว่า 7% ขณะที่ Broadcom ลดลง 4% Micron Technology ดิ่งลง 6% และ Nvidia ลดลงมากกว่า 2%

  • ราคาน้ำมันดิบไหลลงต่อเนื่อง

ในส่วนของราคาน้ำมัน ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากวันซื้อขายก่อนหน้า โดย [สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้า (Brent crude futures) ลดลง 5.06% ปิดที่ 78.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส WTI ของสหรัฐ (West Texas Intermediate futures) ลดลง 5.82% ปิดที่ 76.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นับเป็นครั้งแรกที่ราคาน้ำมันดิบทั้งสองสัญญาปิดตลาดต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม

เมื่อราคาน้ำมันดิ่งลงอีก หุ้นของ Caterpillarก็เป็นแกนนำหนุนกลุ่มอุตสาหกรรมให้ทะยานขึ้น ขณะที่ JPMorgan Chase นำกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนเดิมพันว่าราคาพลังงานที่ลดลงจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจสหรัฐ กลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง โดยหุ้น Caterpillar บวกขึ้นมากกว่า 1% ขณะที่ JPMorgan พุ่งขึ้นมากกว่า 3%

  • หุ้น SpaceX ยังขึ้นต่อ

ด้านหุ้นSpaceXยังคงเป็นหุ้นที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาพุ่งขึ้นเกือบ 5% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหุ้น (IPO) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จากมูลค่าหุ้นที่ทะยานขึ้นนี้ ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ของ SpaceX แซงหน้าทั้ง Microsoft และ Amazon ไปในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย โดยบริษัทได้ตั้งราคาเสนอขายหุ้น IPO ไว้ที่ 135 ดอลลาร์ และปิดตลาดล่าสุดที่ 201.80 ดอลลาร์

 

ดัชนีหลักๆ ในตลาดกำลังต่อยอดขาขึ้นจากวันจันทร์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐ และอิหร่าน บรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางแล้ว โดยนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายได้ประกาศ ยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ โดยจะมีพิธีลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

  • ทรัมป์ย้ำช่องแคบฮอร์มุซเปิดต่อแม้หลัง 60 วันของการเจรจาสันติภาพถาวร

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือหลักที่สำคัญ จะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งในวันศุกร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลงเกือบ 5% ในวันจันทร์ ต่อมาในวันอังคาร เขาได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ช่องแคบดังกล่าวจะ เปิดให้ผ่านทางโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม (Toll-free) ต่อเนื่องไปยาวนานกว่า กำหนดการ 60 วันในตอนแรก

  • เตือนเงินเฟ้อยังน่าห่วง

“เรายังไม่ได้พ้นเขตอันตรายนะ” แอนดี้ โกลด์เบิร์ก หัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุนของ Nomura Asset Management International กล่าว

 

“ถ้าจู่ๆ ราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป (Headline inflation) จะลดลงก็จริง แต่ในขณะเดียวกัน มันจะทำให้เงินกลับเข้ากระเป๋าผู้บริโภคจำนวนมากในเวลาที่พวกเขากำลังรู้สึกว่าสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ค่อยข้างคล่องมือ และนั่นคือวิธีที่จะทำให้เกิดเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้อีก” เขากล่าวเสริม พร้อมระบุว่า “ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เควิน วอร์ช กำลังมีโจทย์ที่ต้องรักษาตาชั่งความสมดุลนี้ไว้ให้ดี”