วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘ต่างชาติ’ พลิกซื้อหุ้นไทยครึ่งแรก มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้าน ดัน ‘ติดท็อป 10 โลก’

แม้ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” จะเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ “ตลาดหุ้นไทย” กลับโดดเด่นกว่าภูมิภาค หลัง “เงินทุนต่างชาติไหล” ไหลเข้าครึ่งปีแรกสุทธิกว่า 2.4 หมื่นล้าน หนุน “ผลตอบแทน” พุ่ง 26% ติดอันดับ 10 ของโลก จากแรงหนุนของหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้กำไรบริษัทจดทะเบียนที่ทำสถิติสูงสุด บวกับปันผลที่โดดเด่น

‘ต่างชาติ’ พลิกซื้อหุ้นไทยครึ่งแรก มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้าน ดัน ‘ติดท็อป 10 โลก’

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภาพรวมการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกพบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่มีเงินทุนต่างชาติ ไหลเข้าสุทธิ โดยมียอดซื้อสุทธิประมาณ 789 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 24,000 ล้านบาท สวนทางกับตลาดหุ้นสำคัญในเอเชียที่เผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับประเทศที่มี “เงินทุนไหลออก” ประกอบด้วย อินเดีย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไต้หวัน 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกาหลีใต้ 7,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อินโดนีเซีย 3,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เวียดนาม 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และฟิลิปปินส์ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากตลาดหุ้นแล้ว นักลงทุนต่างชาติยังเข้าซื้อตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดซื้อสุทธิสะสมกว่า 420,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ไทยในช่วงที่ผ่านมา

โดยได้แรงหนุนจาก “เม็ดเงินต่างชาติ” ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยสร้าง “ผลตอบแทน” โดดเด่นถึง 26% ในช่วงครึ่งปีแรก “ติดอันดับ 10” ของโลก ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรกมีกำไรสุทธิรวม 357,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ อีกแรงหนุนสำคัญมาจากโครงสร้างตลาดหุ้นไทยที่มีหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ราว 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาด ทำให้ได้รับประโยชน์จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้นในช่วงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ จนกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์พักเงินของนักลงทุน

นอกจากนี้ การจ่ายเงินปันผลที่โดดเด่นกว่า 5.5 แสนล้านบาทในครึ่งปีแรก สูงกว่าทั้งปีที่ผ่านมา ประกอบกับเสถียรภาพทางการเมืองและความชัดเจนของนโยบายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ยังช่วยหนุนความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันมากขึ้น ทำให้มีอัพไซด์จำกัดจากทิศทางดอกเบี้ยโลกขาขึ้น ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นและอาจดึงเม็ดเงินบางส่วนไหลกลับสู่ตลาดตราสารหนี้ ขณะเดียวกัน สภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินโลกก็มีแนวโน้มลดลงตามมาตรการควบคุมเงินเฟ้อของหลายประเทศ

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 24,192 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยอยู่ที่ราว 30,000 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิที่ 10,000 ล้านบาท ส่วนสถาบันในประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิ 65,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนมี.ค. โดยมียอดซื้อสะสมสูงสุดเกือบ 60,000 ล้านบาท ก่อนชะลอลงจากความกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง และกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้งในช่วงเดือนพ.ค. 2569

ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนตลาดมาจากเสถียรภาพการเมืองที่ดีขึ้นและความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะที่ หุ้นไทยมีมูลค่าถูกหลัง Underperform ต่อเนื่องกว่า 3 ปี จนค่า P/E ลงใกล้ระดับช่วงโควิด-19 ดึงดูดแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาด นอกจากนี้ เศรษฐกิจ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังดีกว่าคาด โดย GDP ไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% และกำไรบจ. สูงกว่าประมาณการณ์ราว 7% ช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย

สำหรับ ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ราว 2% โดยไตรมาส 2 ปี 2569 อาจชะลอลงก่อนฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปี 2569 ขณะที่ฟันด์โฟลว์ต่างชาติยังมีโอกาสไหลเข้า แต่ไม่ร้อนแรงเหมือนช่วงต้นปี หลังมูลค่าหุ้นไทยเริ่มตึงตัว โดยค่า P/E ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 15-16 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาวของตลาดแล้ว

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยประมาณ 24,000 ล้านบาท แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงคราม แต่ตลาดหุ้นไทยกลับได้รับประโยชน์ในระยะแรกจากโครงสร้างตลาดที่มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของมูลค่าตลาดรวม

โดย ปัจจัยหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ทำให้กลุ่มพลังงานได้ประโยชน์จากกำไรสต๊อกน้ำมัน และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ดีขึ้น ส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร ขณะเดียวกัน ส่งออกไทยยังได้แรงหนุนจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามกระแส AI ที่ช่วยหนุนความต้องการสินค้าเทคโนโลยีต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลังฟันด์โฟลว์ต่างชาติอาจชะลอ หลังแรงหนุนจากราคาพลังงานลดลง หากสถานการณ์โลกคลี่คลาย ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อาจกลับสู่ระดับปกติ ทำให้หุ้นพลังงานขาดแรงหนุน

ขณะเดียวกัน ไทยเผชิญการแข่งขันจากตลาดหุ้นต่างประเทศ ทั้งกลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตเด่น และกลุ่ม Deep Value ที่มีความถูกชัดเจนกว่า ทำให้ไทยอยู่ตรงกลางทั้งไม่เด่นด้านกำไรและไม่ถูกด้านมูลค่า ทำให้เสี่ยงหลุดเรดาร์นักลงทุนต่างชาติในครึ่งปีหลัง