'THAI' เตรียมปลดล็อกหุ้นส่วนที่เหลือ 75% ที่ถูกจำกัดการขายตามเงื่อนไขการแปลงหนี้เป็นทุนในแผนฟื้นฟูกิจการ หลังพ้นกำหนดห้ามขายวันที่ 3 ส.ค. 2569 นอกจากนี้ หุ้นของผู้บริหารที่ถูกจำกัดการขายตามเกณฑ์ Silent Period ก็จะถูกปลดล็อกตามกำหนดเวลาเดียวกัน โดยจะมีหุ้นที่พ้นจากข้อจำกัดการขายรวมทั้งสิ้นกว่า 1.98 หมื่นล้านหุ้น หรือคิดเป็น 70% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยระบุว่า THAI ได้ดำเนินการแปลงหนี้เป็นทุน และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการจนเสร็จสมบูรณ์ ตลอดจนได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จ ตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ
ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ และตลท. ได้อนุมัติให้หลักทรัพย์ของบริษัทพ้นเหตุอาจถูกเพิกถอน และให้หลักทรัพย์ของบริษัทกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว
ทั้งนี้ เพื่อความสำเร็จของการปรับโครงสร้างทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ รวมถึงการรักษาเสถียรภาพด้านราคาหุ้นของบริษัทภายหลังจากที่หุ้นของบริษัทกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
ผู้บริหารแผนได้กำหนด "ห้ามเจ้าหนี้" ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุน รวมถึงผู้รับโอนหุ้นดังกล่าวในทุกทอดในช่วงระยะเวลาที่ผู้บริหารแผนกำหนดไว้ก่อนที่หุ้นของบริษัทจะกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ “ขายหุ้นที่ได้รับจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ” ซึ่งอยู่ในรูปแบบใบหุ้น และถูกเก็บรักษาไว้ที่ผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สินที่บริษัทกำหนด โดยแบ่งออกเป็น
(ก) ใบหุ้นฉบับที่ 1 สำหรับหุ้นจำนวน 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับการจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งได้ครบกำหนด ช่วงระยะเวลาห้ามขายหุ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 หรือ "วันที่ครบกำหนดระยะเวลาห้ามขาย หุ้นในคราวแรก" ที่ผ่านมา และ
(ข) ใบหุ้นฉบับที่ 2 สำหรับหุ้นส่วนที่เหลืออีกจำนวน 75% ของจำนวน หุ้นทั้งหมดที่เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับการจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งจะครบกำหนดช่วงระยะเวลา ห้ามขายหุ้นเมื่อพ้นวันที่ 3 ส.ค. 2569 หรือ "วันที่ครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้นในส่วนที่เหลือ"
รวมเรียกว่า "ข้อกำหนด Creditors' Lock-up" ตลอดจนเพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์
ในการนำหุ้นของ THAI กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทยังได้ดำเนินการ "ห้ามผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร" ขายหุ้นจำนวน 55% ของทุนชำระแล้วของบริษัทซึ่งอยู่ในรูปแบบไร้ใบหุ้น และได้ถูกฝากไว้ในบัญชีบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ หรือ บัญชี 600 ที่บริษัทเปิดไว้กับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ "TSD" จนกว่าจะครบ ระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
โดยหุ้นจำนวน 25% ของจำนวนหุ้นที่ถูกห้ามขายทั้งหมด ซึ่งถือโดยผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร ได้ครบกำหนดช่วงระยะเวลาห้ามขายหุ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา
และหุ้นส่วนที่เหลือ ซึ่งถือโดยผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร อีกจำนวน 75% ของจำนวนหุ้น ที่ถูกห้ามขายทั้งหมด จะครบกำหนดช่วงระยะเวลาห้ามขายหุ้นเมื่อพ้นวันที่ 3 ส.ค. 2569
รวมเรียกว่า "เกณฑ์ Silent Period"
ทั้งนี้ เมื่อครบระยะเวลาห้ามขายหุ้นสำหรับช่วงเวลา 1 ปีนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จะมีหุ้นของบริษัทที่ถูกห้ามขายภายใต้ข้อกำหนด Creditors' Lock-up และตามเกณฑ์ Silent Period ของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งสิ้นอีกจำนวน 19,802,574,214 หุ้น หรือ คิดเป็น 70% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทที่จะ "หลุดพ้น" จากข้อกำหนดห้ามขายหุ้นข้างต้น

