หุ้น SpaceX พุ่งทะยาน 20% ในการซื้อขายวันที่สอง ดันมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้น 4.12 แสนล้านดอลลาร์ ติดอันดับในกลุ่มหกบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก เตือนราคาอาจลดลง
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาหุ้น SpaceX ดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงในการซื้อขายเป็นวันที่สอง (15 มิ.ย.69) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังจากเปิดตัวในตลาดหุ้นอย่างถล่มทลาย จนส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นสู่ทำเนียบบริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในทันที
ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้น 20% สานต่อแรงบวกจากวันศุกร์ที่ทะยานไปแล้ว 19% ส่งผลให้มูลค่าตลาด (Market Cap) เพิ่มขึ้นถึง 4.12 แสนล้านดอลลาร์ โดยราคาหุ้นปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ระดับ 192.46 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์ เกือบ 42% การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ดันให้มูลค่าตลาดรวมของบริษัททะลุ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 1 ใน 6 บริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ด้วยมูลค่าตลาดในปัจจุบัน ทำให้ SpaceX ห่างจาก Amazon.com Inc ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ อีกไม่ถึง 1.35 แสนล้านดอลลาร์ก็จะสามารถแซงหน้าได้สำเร็จ
แถลงการณ์ถึงนักลงทุนเมื่อวันจันทร์ระบุว่า ผู้จัดจำหน่ายหุ้นของ SpaceX ได้ใช้สิทธิเลือกซื้อหุ้นส่วนเกิน (Over-allotment Option) หรือ Greenshoe Option ซึ่งเปิดทางให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (Underwriters) สามารถขายหุ้นเพิ่มได้อีก 83.3 ล้านหุ้น ส่งผลให้ยอดระดมทุนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 8.62 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 8.57 หมื่นล้านดอลลาร์หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายจำนวน 500 ล้านดอลลาร์ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์มักใช้สิทธิเมื่อหุ้นราคาสูงขึ้น
เสริมสร้างความเชื่อมั่นในหุ้นเอไอ
ผลงานที่แข็งแกร่งในการเปิดตัววันแรกของ SpaceX ช่วยคลายความกังวลของตลาดเกี่ยวกับความสามารถในการรองรับการทำ IPO ขนาดใหญ่เช่นนี้ พร้อมทั้งช่วยแผ้วทางให้กับการทำ IPO ที่อาจเกิดขึ้นของ Anthropic PBC และ OpenAI ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ที่มีแนวโน้มจะเข้าสู่ตลาดหุ้นอย่างเร็วที่สุดภายในปีนี้ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับการทะยานขึ้นของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในปีนี้อีกด้วย
“เราไม่แปลกใจเลยที่เห็นความต้องการซื้ออย่างล้นหลามในช่วงเริ่มต้น” แมกซ์ กอคแมน รองประธานอาวุโสฝ่ายโซลูชันการลงทุนจาก Franklin Templeton Investment Solutions กล่าว “มีนักลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่เฝ้ารออยู่ข้างสนามและไม่มีโอกาสเข้าถึงหุ้นตัวนี้ในช่วงก่อนหน้า”
นักลงทุนรายย่อยแห่ซื้อหุ้น SpaceX
ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Vanda Research ระบุว่า นักลงทุนรายย่อยเข้าซื้อหุ้น SpaceX ในช่วงสองวันแรกของการซื้อขายในปริมาณที่มากพอ ๆ กับยอดซื้อหุ้นทั้งหมดในตลาดหุ้นสหรัฐ ของสัปดาห์ที่แล้ว โดยวันจันทร์ถือเป็นวันแรกที่มีการซื้อขายเต็มเซสชันสำหรับหุ้นตัวนี้ ซึ่งมีชื่อจดทะเบียนอย่างเป็นทางการว่า Space Exploration Technologies Corp เนื่องจากในวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นเพิ่งเริ่มเปิดการซื้อขายไม่กี่นาทีก่อนเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่นนิวยอร์ก ซึ่งหมายความว่ามีเวลาซื้อขายจริงเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเศษก่อนตลาดปิด
การทำ IPO ในครั้งนี้ยังส่งผลให้ผู้ก่อตั้งอย่าง อีลอน มัสก์ กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับ "ล้านล้านดอลลาร์" (Trillionaire) คนแรกของโลก โดยมีทรัพย์สินสุทธิมากกว่า แลร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ซึ่งเป็นบุคคลที่รวยที่สุดอันดับสองของโลก ถึงกว่า 3 เท่า
หลังจากเปิดตัวได้อย่างมั่นคง นักลงทุนเริ่มหันกลับมาให้ความสนใจกับภาพรวมทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาคในวงกว้างอีกครั้ง หลังจากสหรัฐ และอิหร่านเผยว่า ได้บรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 1.7% และดัชนี Nasdaq 100 ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ทะยานขึ้นมากกว่า 3% นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ยังมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันพุธตามมาด้วยการแถลงข่าวครั้งแรกของ "เควิน วอร์ช" ประธานเฟดคนใหม่
“ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคดูเหมือนจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เอื้ออำนวยมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนกล้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น” แองเจโล คูร์คาฟาส นักยุทธศาสตร์การลงทุนระดับโลกจาก Edward Jones กล่าว
“โอกาสในการลงทุนกำลังขยายวงกว้างขึ้นเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ปรับตัวลดลง ประกอบกับความคลายกังวลเรื่องที่เฟดอาจจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินลงบ้าง สิ่งนี้อาจกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปมองพื้นที่อื่น ๆ ในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตไล่ตามกลุ่มนำ และมีเกณฑ์ความเสี่ยงที่ต่ำพอจะก้าวข้ามไปได้”
เตือนราคาหุ้น SpaceX อาจจะลดลง
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้สังเกตการณ์ตลาดคาดการณ์ว่า หุ้น SpaceX อาจเผชิญกับความผันผวนและแรงกดดันในขาลง เนื่องจากหุ้นที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขห้ามซื้อขายชั่วคราว (Lockup Period) หลังการทำ IPO จะเริ่มทยอยนำออกมาซื้อขายได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
“สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ เมื่อแรงขับเคลื่อนของความต้องการจากรายย่อยเริ่มแผ่วลง จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อหุ้นเหล่านี้ต้องเผชิญกับแรงดึงดูดของโลกแห่งความจริง จากการที่นักลงทุนสถาบันและพนักงานในบริษัทเริ่มเทขายหุ้นหลังจากหมดช่วง Lockup” กอคแมนกล่าว “นั่นคือจุดที่ผู้ซื้อรายสุดท้าย (Marginal Buyer) จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด (Float) กำลังเพิ่มมากขึ้น”
ทั้งนี้ สัญญาออปชัน (Options Contracts) ของ หุ้น SpaceX จะเริ่มเปิดการซื้อขายในวันอังคารนี้ ในตลาดซื้อขายหลายแห่ง รวมถึง Cboe Global Markets และ Nasdaq Inc ขณะที่ตลาดออปชันอื่น ๆ รวมถึงตลาด NYSE ของ Intercontinental Exchange Inc และ Miami International Holdings Inc คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ซื้อขายในช่วงต้นสัปดาห์หน้าเช่นกัน


