หุ้นสหรัฐพุ่งรับข่าวสหรัฐ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ดันดาวโจนส์ทะยานกว่า 600 จุดทำสถิติใหม่ ด้านน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งหนักหลุด 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกในรอบกว่า 3 เดือน
ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย. บวกขึ้นอย่างร้อนแรงรับข่าวดีที่สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่การยุติสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 4 ในขณะที่หุ้นของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ยังคงบวกขึ้นอีกในการซื้อขายวันที่สอง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ บวก 607 points หรือ 1.2% และขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ในระหว่างการซื้อขายหลังเปิดตลาดได้เพียงไม่นาน ในขณะที่ดัชนี S&P 500 บวก 1.3% และ Nasdaq Composite บวกไป 2.2%
ขณะที่หุ้น SPCX ของสเปซเอ็กซ์ ยังบวกได้ต่อเนื่องราว 8% ในการซื้อขายวันที่สอง หลังจากเพิ่งเริ่มเทรดวันแรกไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยทำราคาสูงกว่าราคาไอพีโอไป 19%
“สถานการณ์ดูเป็นระเบียบมากกว่าที่ผมคาดไว้ และนั่นไม่ใช่เรื่องเสียหาย” ไบรอัน มัลเบอร์รี หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Zacks Investment Management กล่าว “นี่ไม่ใช่หุ้นประเภท 'มีมสต็อก' ที่นักลงทุนแห่เข้ามาเก็งกำไรทันทีหลังเข้าตลาด แต่ดูเหมือนว่านักลงทุนกำลังทยอยซื้อและถือไว้ในพอร์ตมากกว่าการซื้อขายระยะสั้น”
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นขานรับหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ว่า ข้อตกลงกับอิหร่าน “เสร็จสมบูรณ์แล้ว” โดยนายกรัฐมนตรีของปากีสถานระบุว่า บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ดังกล่าวจะมีการลงนามในวันศุกร์นี้ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า เขาได้อนุมัติให้เปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยล่าสุด ขณะที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ กล่าวว่า คาดว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ในระยะยาวโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง
ด้านราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนักในวันจันทร์ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค. ระหว่างการซื้อขายช่วงเช้าในสหรัฐ ก่อนที่จะขยับขึ้นเล็กน้อยในภายหลัง โดยล่าสุด ณ เวลา 18.46 น. ตามเวลาในไทย ราคาลดลง 5.2% มาอยู่ที่ 80.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวลดลง 4.8% มาอยู่ที่ 83.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
มัลเบอร์รีกล่าวว่า แม้อาจต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป เช่น เชื้อเพลิงอากาศยาน จะปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ แต่การที่ราคาน้ำมันดิบลดลงมาอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลถือเป็น “สัญญาณเชิงบวกอย่างมาก” ในสัปดาห์ที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะประชุมกันในวันที่ 16-17 มิ.ย. นี้
“นั่นเป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และแรงกดดันด้านราคาน่าจะคลี่คลายลงได้ค่อนข้างเร็ว” เขากล่าว
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ล่าสุดว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากกว่า 98% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมครั้งนี้

