วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘กลุ่มอสังหาฯ’ เสี่ยงปันผลหด โบรกชี้ตามทิศทาง ‘กำไร’ ชะลอตัว หลัง ‘ต้นทุนพุ่ง-วิกฤติกำลังซื้อ’ 

“กลุ่มอสังหาริมทรัพย์” ยังเผชิญแรงกดดัน “ต้นทุนก่อสร้าง” ที่ปรับตัวสูงขึ้นตาม “ราคาพลังงาน” และ “วัตถุดิบ” ขณะที่ ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ยังคงจำกัดกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 จะยังอ่อนแอและการแข่งขันในตลาดรุนแรง แต่ทว่านักวิเคราะห์ มองว่า ภาคอสังหาฯ มีโอกาสฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในไตรมาส 2 และเห็นสัญญาณชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 

‘กลุ่มอสังหาฯ’ เสี่ยงปันผลหด โบรกชี้ตามทิศทาง ‘กำไร’ ชะลอตัว หลัง ‘ต้นทุนพุ่ง-วิกฤติกำลังซื้อ’ 

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)พาย กล่าวว่า กลุ่มอสังหาฯ ยังคงได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมมาจาก “ต้นทุนก่อสร้าง” ที่สูงขึ้นตาม “ราคาพลังงานและวัตถุดิบ” ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาขายขึ้น ขณะที่ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นยิ่งบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมทั้งหนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับราว 90% ของจีดีพีและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จำกัดความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังรับมือภาวะตลาดชะลอตัวได้ดีจากฐานะการเงินแข็งแกร่ง ขณะที่รายกลางและรายเล็กเผชิญแรงกดดันจากยอดขายชะลอ สต็อกค้างสูง และปัญหาสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น ส่วนด้านการลงทุนมองว่าหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ยังขาดปัจจัยหนุนการเติบโตที่ชัดเจน แม้หลายบริษัทซื้อขายที่ P/E เพียง 4-5 เท่า สะท้อนมุมมองตลาดที่ยัง “ไม่ให้น้ำหนัก” กับการเติบโตในระยะข้างหน้า

“แม้ว่าหุ้นอสังหาฯ หลายบริษัทจะยังมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจ แต่ควรพิจารณาว่าเงินปันผลดังกล่าวมาจากผลกำไรในอดีตเป็นหลัก หากแนวโน้มกำไรในอนาคตชะลอตัวหรือปรับลดลง ความสามารถในการจ่ายปันผลก็อาจลดลงตามไปด้วย”

ทั้งนี้ ประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแอ ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ส่งผลให้การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้นยังเป็นไปได้ค่อนข้างจำกัด

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มอสังหาฯ ปี 2569 จะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ยังอ่อนแอตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า แต่คาดว่าจะเห็นการปรับตัวดีขึ้นชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งปัจจัยหนุนสำคัญมาจากฐานกำไรปีก่อนที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงการกลับมาเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้และผลประกอบการให้เติบโตจากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มอสังหาฯ ยังเผชิญความท้าทายจากสังคมสูงวัยที่กระทบความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดเติบโตต่ำ และความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายเล็ก หลังเริ่มมีกรณีผิดนัดชำระหุ้นกู้เพิ่มขึ้น

โดยแนะนำลงทุนในหุ้นอสังหาฯ ขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ได้แก่ AP, SPALI, LH และ QH นอกจากนี้ CPN ซึ่งอยู่ในกลุ่มอสังหา ถือเป็นหุ้นเด่นจากจุดแข็งของธุรกิจศูนย์การค้าและโครงการมิกซ์ยูสที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ที่ดินและหนุนการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ควรหลีกเลี่ยงหุ้นอสังหาฯ รายเล็กที่มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและฐานะการเงิน

นายทศวรรณ ธรรมสุข นักวิเคราะห์การลงทุนด้านหลักทรัพย์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมกลุ่มอสังหาฯ ในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังซบเซา จากการแข่งขันรุนแรงในตลาด โดยเฉพาะโครงการแนวราบ กดดันอัตรากำไร ขณะที่ปัจจัยฤดูกาลทำให้ผลประกอบการและราคาหุ้นยังไม่โดดเด่น

อย่างไรก็ตาม คาดว่าไตรมาส 2 ปี 2569 จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน จากการทยอยโอนคอนโดมิเนียมใหม่และการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีโอกาสเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนจากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกัน

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำทยอยสะสมหุ้นอสังหาฯ ในช่วงเดือนมิ.ย. 2569 หากราคาหุ้นอ่อนตัวลง เพื่อรับโอกาสจากผลตอบแทนปันผลที่น่าสนใจ ขณะที่ เดือนก.ค. คาดว่าจะได้แรงหนุนจากการประกาศยอด Presale ไตรมาส 2 ปี 2569 และการเก็งกำไรปันผลระหว่างกาลของหลายบริษัทในกลุ่ม

ทั้งนี้ หุ้นเด่น ได้แก่ SPALI และ SIRI โดย SPALI โดดเด่นด้านการจ่ายปันผลระหว่างกาลสูงราว 45% และคาดกำไรไตรมาส 2 ฟื้นตัวจากการโอนคอนโดมิเนียม ขณะที่ SIRI มี Dividend Yield ทั้งปีคาดอยู่ที่ 9.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง และยังได้อานิสงส์จากการโอนคอนโดฯ ใหม่เช่นกัน

“แม้ผลประกอบการกลุ่มอสังหาฯ ไตรมาสแรกยังชะลอตัว แต่เดือน มิ.ย. ยังเป็นจังหวะน่าสะสม เพื่อรอการฟื้นตัวของ “กำไร” ในไตรมาส 2 และแรงหนุนจากการเก็งกำไรปันผลในช่วงครึ่งปีหลัง”