นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ และในฐานะประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการผลักดัน มาตรการ TISA (ทิสา) คาดว่า จะมีการหารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ และเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังได้
ขณะนี้ คณะทำงานชุดย่อยอยู่ในขั้นตอนการหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดวงเงินลงทุนที่สูงและเหมาะสม พอจะสร้างแรงจูงใจให้คนย้ายเงินมาลงทุน รวมถึงกำหนดมีระยะเวลาถือครองช่วงแรก ไถ่ถอนไม่ได้ทันที เพื่อเพิ่มสภาพคล่องตลาดหุ้นไทยได้จริง หลังจากเห็นตรงกับกระทรวงการคลัง มาตรการ TISA เป็นรูปแบบโครงการถาวร ไม่ต้องขอต่ออายุทุก 5 ปี กำหนดเป็นวงเงินเพื่อการลงทุน แยกคนละส่วนกับวงเงินเพื่อการเกษียณ เงื่อนไขต่าง ๆ เข้าใจให้ง่าย ไม่ซับซ้อน เพื่อให้จูงใจคนทั่วไปให้เข้ามาลงทุน และมีสินทรัพย์ลงทุนยืดหยุ่นสูงขึ้นมาก สามารถเลือกลงทุนในหุ้นรายตัวได้โดยตรง ไม่จำกัดเฉพาะกองทุนรวมเหมือนแต่ก่อน
พร้อมกันนี้ ในการหารือครั้งหน้ากับกระทรวงการคลัง ทางเฟทโก้เตรียมข้อเสนอเพิ่มเติมหนุนตลาดทุนไทย มีแนวคิดที่จะเสนอให้เงินที่คนไทยเคยนำไปลงทุนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะผ่านช่องทางใด เมื่อนำกลับเข้ามาในประเทศไทยภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า หรือภายในช่วงปีนี้ถึงปีหน้า อาจไม่จำเป็นต้องมีภาระภาษี
ข้อเสนอนี้อาจมาพร้อมกับเงื่อนไขที่ว่า เงินที่นำกลับมานั้นต้องนำมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยส่วนหนึ่ง เพื่อช่วยเพิ่มขนาดและสภาพคล่องให้กับตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง
มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ประเทศ ในจังหวะที่ประเทศไทยกำลังเริ่มมี “New Growth Story” หรือ “เรื่องราวการเติบโตใหม่ ๆ” ที่ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่าง Data Center, AI และพลังงานสะอาด (Green Technology) เพื่อจูงใจให้นักลงทุนเห็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในไทยมากขึ้น
รวมถึงการยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างการท่องเที่ยวและอาหารให้ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญที่จะดึงดูดทั้งเงินทุนไทย และนักลงทุนจากภูมิภาคที่มั่งคั่งอย่างตะวันออกกลางเป็นพื้นที่มีความเสี่ยงให้กลับมามองตลาดไทยอีกครั้ง
อีกทั้ง ภาคตลาดทุนไทยยืนยัน พร้อมทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงการคลัง เพื่อใช้กลไกตลาดทุนเป็นเครื่องมือหลักในการระดมทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แทนการกู้เงินเพียงอย่างเดียว เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลนำงบประมาณไปพัฒนาด้านการศึกษาและสวัสดิการอื่นๆ ได้อย่างเต็มที่ตามโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่วางไว้
“เรื่องนี้มีการพูดคุยกันในเบื้องต้นแล้ว และทางผู้แทนตลาดทุนตั้งใจจะเข้าไปหารือกับกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการ เพื่อหาข้อสรุปให้ชัดเจนต่อไป”
เนื่องจาก ปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ 1,600 จุด หากไม่รวมบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ดัชนีอยู่ที่ 1,400 จุด เท่านั้นยังไม่ปรับขึ้นมากเกินไป และระดับราคาของหุ้นไทยถือว่าอยู่ในจุดที่ต่ำมาก P/E ประมาณ 12 เท่า หากไม่รวม DELTA ซึ่งถือเป็นโอกาสทองในการเข้าสะสม ทำให้ราคาหุ้นส่วนใหญ่ยังดีต่อเนื่อง
สะท้อนจาก โบรกต่าง ๆ ยังคาดกำไรต่อหุ้นปรับขึ้นต่อเนื่อง จากใน หลายเซ็กเตอร์ เช่น กลุ่มพลังงานรับอานิสงส์ราคาน้ำมัน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สื่อสาร ได้ปัจจัยหนุนจากการผลักดันเอไอ และกลุ่มพาณิชย์ จากมาตรการกระตุ้นการบริโภค ที่ทำให้กำไรบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ยังอยู่ในขาขึ้นในปีนี้และปีหน้า
“นโยบายตลาดทุนร่วมมือกับภาครัฐ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่โมเดลใหม่ตามที่รัฐบาลต้องการ โดยใช้ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน”


