วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

รัฐตั้งบอร์ด ‘เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ’ โบรกเกอร์ชี้หนุน ‘นิคมฯ-อิเล็กฯ’ แต่โจทย์ใหญ่ขาดบุคลากรทักษะสูง

รัฐบาลเดินหน้าปั้นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งเป้า “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ภายในปี 2593 หวังดึงลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท โบรกเกอร์มองหนุนหุ้นนิคมฯ-อิเล็กทรอนิกส์รับอานิสงส์ แต่ยังต้องเผชิญโจทย์ท้าทายด้านบุคลากรทักษะสูง และการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

KEY POINTS

  • รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรม และตั้งเป้าผลิต "ชิปเมดอินไทยแลนด์" ภายในปี 2593
  • นักวิเคราะห์มองว่าการจัดตั้งบอร์ดเป็นสัญญาณบวกในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงคือ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • ความท้าทายสำคัญของไทยคือ การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะสูงด้านเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนต่างชาติใช้พิจารณาในการเลือกฐานการผลิต
  • บอร์ดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนและประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ โดยการที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานสะท้อนถึงความจริงจังของรัฐบาล
  • แม้ไทยมีศักยภาพในการเป็นฮับเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียนและได้เปรียบเวียดนามด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังต้องเผชิญความท้าทายด้านค่าแรงที่สูงกว่าและยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ยังไม่ชัดเจน

รัฐบาลเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเต็มสูบ หลังตั้งคณะกรรมการแห่งชาติ และวางเป้าหมายผลิต “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ภายในปี 2593 พร้อมดึงดูดการลงทุน 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนากำลังคนทักษะสูงกว่า 230,000 คน ด้านนักวิเคราะห์มองเป็นสัญญาณบวกต่อ “การยกระดับเศรษฐกิจไทย” และ “ดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ” โดยกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอสังหาริมทรัพย์ มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตและการขยายตัวของห่วงโซ่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต แต่ทว่ายังมีความท้าทายด้านบุคลากร และการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

รัฐตั้งบอร์ด ‘เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ’ โบรกเกอร์ชี้หนุน ‘นิคมฯ-อิเล็กฯ’ แต่โจทย์ใหญ่ขาดบุคลากรทักษะสูง

สรพล วีระเมธีกุล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การจัดตั้งคณะกรรมการเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติของรัฐบาลถือเป็นสัญญาณบวกต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันประโยชน์ที่ไทยได้รับจากอุตสาหกรรมดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยส่วนใหญ่เป็นการขายหรือพัฒนาพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการตั้งโรงงานของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการจ้างงานทักษะสูง และการพัฒนานวัตกรรมยังมีสัดส่วนไม่มากนัก

ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันไทยสู่การเป็นฐานการผลิต และส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงภายในปี 2593 ผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การนำ AI มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การสร้างงานคุณภาพ และการลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบเพื่อดึงดูดการลงทุน หากอุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตได้ตามเป้าหมายจะส่งผลบวกต่อหลายภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจไฟฟ้าและน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

“การตั้งบอร์ดครั้งนี้เป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และรองรับการเติบโตของ AI ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับไทยจากฐานรองรับการลงทุน สู่ฐานการผลิต และส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยในอนาคต”

ณัฐพล คำถาเครือ” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า การจัดตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์มีเป้าหมายเพื่อเป็นที่ปรึกษาเฉพาะทางให้กับรัฐบาล เนื่องจากอุตสาหกรรมดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการมีหน่วยงานที่ติดตามสถานการณ์โดยตรงจะช่วยให้สามารถเสนอแนวทางหรือมาตรการต่างๆ เข้าสู่การพิจารณา ครม.ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งสะท้อนถึงความจริงจังของภาครัฐในการผลักดันอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว

ทั้งนี้ รัฐบาลได้วางเป้าหมายที่จะเห็นชิป “Made in Thailand” ภายในปี 2593 แม้จะเป็นเป้าหมายที่ใช้เวลาค่อนข้างยาว แต่ถือเป็นทิศทางสำคัญในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่การผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไทยถือว่ามีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน โดยมีเวียดนามเป็นคู่แข่งสำคัญ แต่ทว่าไทยยังได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ สิทธิประโยชน์การลงทุนที่ชัดเจน และเสถียรภาพทางการเมือง

ทั้งนี้ บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์จะมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจาก FDI และผลักดันซัปพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยมากขึ้น ซึ่งสะท้อนจากคำขอ BOI ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากจีน และธุรกิจดาต้าเซนเตอร์

สำหรับกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมจะได้รับประโยชน์เป็นลำดับแรกจากการเข้ามาตั้งฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ ตามด้วยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภค และโรงไฟฟ้าจะได้อานิสงส์จากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนในระยะกลางถึงยาว ภาคอสังหาริมทรัพย์อาจได้รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิต และการเข้ามาของผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ

ประกิต สิริวัฒนเกตุ” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์เพื่อต้องการอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนที่ต้องการเข้ามาลงทุน รวมถึงประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยการที่นายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธานบอร์ดด้วยตนเองสะท้อนถึงความจริงจังของรัฐบาลในการผลักดันอุตสาหกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ ในมุมมองการลงทุน หากมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าจริง กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ DELTA HANA และ KCE รวมถึงกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่รองรับการตั้งโรงงานใหม่ ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์อาจได้รับอานิสงส์ทางอ้อม แต่ผลบวกอาจไม่ชัดเจนเท่ากลุ่มอื่น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของไทยยังอยู่ที่การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะด้านเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนระดับโลกใช้พิจารณาเลือกฐานการผลิต นอกจากนี้ ค่าแรงของไทยยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับบางประเทศคู่แข่ง ขณะที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมระยะยาวยังขาดความชัดเจน และความต่อเนื่อง

“ที่ผ่านมาไทยเคยมีการตั้งคณะกรรมการหรือกลไกขับเคลื่อนในลักษณะนี้หลายครั้ง แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย จึงต้องติดตามว่าครั้งนี้จะสามารถเปลี่ยนให้เกิดการลงทุนจริงได้มากน้อยเพียงใด”

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์