วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2569

Login
Login

น้ำมันร่วงรับดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน หนุนหุ้นท่องเที่ยว การเงินฟื้น

ความคืบหน้าของข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังสร้างความหวังต่อการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงและช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ขณะที่แนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ มีโอกาสทรงตัวมากขึ้น หนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว การเงิน และธนาคาร ที่ถูกมองว่าจะได้รับประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลงและการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงปลายปี
 

ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่าน บรรลุ “ข้อตกลงสันติภาพ” คาดลดความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมัน และการเดินทางผ่าน “ฮับการบินตะวันออกกลาง” แม้ช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนการลงนามอย่างเป็นทางการ ยังอาจเห็นการปะทะในบางจุด แต่พัฒนาการล่าสุดที่กลุ่มประเทศ E4 ได้แก่ UK, France, Germany และ Italy ส่งสัญญาณผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
 

โดยรวมส่งผลให้ Brent ปรับลงเช้านี้ (15 มิ.ย.2569) กว่า 4% มาอยู่ต่ำกว่า 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สะท้อนตลาดมอง Risk Premium ด้านภูมิรัฐศาสตร์ คลายตัว หลังข้อตกลงสันติภาพมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมา

นอกจากนี้ราคาน้ำมันที่อ่อนตัว ทำให้แนวโน้ม “เงินเฟ้อคาดการณ์” ยังอยู่ในกรอบ คาดส่งผลให้การขึ้นของ Bond yield สหรัฐฯ เริ่มจำกัด มีโอกาสหนุน Fund flow ไหลกลับมายังตลาดเกิดใหม่ ที่เคยถูกกระทบจากราคาน้ำมันสูง

สำหรับกลุ่มท่องเที่ยว มองพัฒนาการข้างต้นจะช่วยลดแรงกดดันต่อ Jet fuel และหนุนความมั่นใจของ Connecting passengers ผ่านฮับการบินหลัก อย่าง Abu Dhabi Dubai, Doha ในระยะถัดไป ช่วยยืนยันมุมมองการฟื้นตัวของการ เดินทางช่วงไตรมาส 4/2569–ไตรมาส 1/2570 ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวไทย

ส่วนเชิงรายบริษัท CENTEL ที่มีโรงแรมในดูไบ (Equity method และ Managementfee) คิดเป็นสัดส่วน 11% ของกำไรปกติปี 2568 และ MINT ซึ่งมีโรงแรมในตะวันออกกลางราว 2% ของรายได้ มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากการดำเนินงานในภูมิภาคฯ ทยอยฟื้นตัวช่วงปลายปี ภายใต้บริบทสงครามที่คลี่คลายลง

ด้านสายการบิน รับประโยชน์โดยตรงจาก Brent ที่ปรับตัวลง ในลำดับถัดไปโดยเฉพาะ AAV ที่มีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันสูง ตามด้วย THAI และ BA ที่มี Hedge น้ำมันไว้บางส่วน โดยราคาหุ้น BA กับ THAI เชิง YTD ที่ปรับตัวดีกว่า AAV และ MINT แล้วจึงมองว่าทั้ง MINT กับ AAV น่าสนใจกว่าในฐานะ Rebound Trade

ส่วนผลอีกด้านของราคาน้ำมันลด ช่วยลดความกังวลด้าน Cost of living ในกลุ่มฐานราก หนุน Sentiment กลุ่ม Non – Bank ขณะที่กลุ่มธนาคารมีโอกาสได้ประโยชน์จาก Trading income ตามทิศทาง Bond yield ประกอบกับส่วนต่างระหว่าง Div Yield กับ Bond yield ขยับขึ้น เพิ่มความน่าสนใจให้กับหุ้นปันผล

สำหรับกลยทธการลงทุนยกให้กลุ่มท่องเที่ยว และ Non – Bank เป็น Recovery trade เลือก CENTEL, AOT, ERW, MTC และ TIDLOR จากการฟื้นตัวของการเดินทาง และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ลดลง ขณะที่อีกฝั่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ อย่าง KTB, KBANK และ BBL ส่วนธนาคารขนาดกลาง มอง KKP ที่ Div yield ยังจูงใจ