กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังได้รับแรงหนุนจากการขยายการลงทุน AI ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั่วโลก ซึ่งส่งผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในระยะยาว นักวิเคราะห์คาดกำไรปกติของกลุ่มจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงปี 2569-2570 จากการทยอยเข้าสู่การผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาด
ชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เปิดเผยว่า วัฏจักรการลงทุนของผู้ให้บริการระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ยังคงแข็งแกร่ง ผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของโลก ได้แก่ Alphabet (Google), Amazon, Microsoft และ Meta (กลุ่ม Big 4) ยืนยันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่องในระยะยาว สำหรับปี 2569 คาดว่างบลงทุนจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น US$6.5–7.0 แสนล้าน ข้อมูลในไตรมาส 1/2569 แสดงให้เห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ได้เร่งลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ
โดยใช้งบลงทุนไปแล้ว US$1.27 แสนล้าน (ราว 19% ของงบทั้งปี) ใน 1Q69 โดย Barclays ประเมินว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่ม Big 4 จะเพิ่มขึ้นเป็น US$8.0-8.5 แสนล้านในปี 2570 และจะทะลุระดับ US$1 ล้านล้านภายในปี 2571 ซึ่งจะช่วยผลักดันอุปสงค์ด้าน AI โดยรวม และเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทไทยที่เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก
ทั้งนี้ Sentiment เชิงบวกจากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ใน pipeline เรามองเห็น sentiment เชิงบวกจากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ของ DELTA HANA และ CCET ซึ่งผลักดันราคาหุ้นในกลุ่มให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 109% ตั้งแต่ต้นปี 2569 นำโดย DELTA (+110%), HANA (+131%) และ KCE (+108%) เทียบกับ SET ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 26% เราคาดว่า sentiment เชิงบวกจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจาก roadmap และ pipeline การผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ของบางบริษัทในกลุ่มจะช่วยผลักดันให้ราคาหุ้นโดยรวมปรับตัว outperform SET
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรปกติที่แข็งแกร่งในปี 2569 และ 2570 จะได้รับแรงหนุนจากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI เราประเมินว่ากำไรปกติของกลุ่มจะเพิ่มขึ้น 65% ในปี 2569 และ 24% ในปี 2570 เนื่องจากคาดว่าผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI หลายรายการจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตในครึ่งปีหลังของปี 2569 และจะดำเนินการผลิตเต็มรูปแบบในปี 2570 เช่น ผลิตภัณฑ์ liquid cooling ของ DELTA และผลิตภัณฑ์ solid-state cooling รวมถึงอุปกรณ์ PCBA ความหนาแน่นสูงของ HANA
ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ OVERWEIGHT สำหรับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากเราคาดว่ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่แข็งแกร่ง เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM และเลือก HANA เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มจากการเป็น AI-proxy ตัวใหม่ โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569เราปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 46 บาท จาก 42 บาท โดยอิงกับ P/E ที่ 46 เท่า หรือ +2SD ของค่าเฉลี่ย P/E ย้อนหลัง 5 ปี
นอกจากนี้ คงคำแนะนำ OUTPERFORM สำหรับ KCE จากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรที่แข็งแกร่งในครึ่งปีหลังของปี 2569 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น เราปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 43 บาท จาก 40 บาท โดยอิงกับ P/E ที่ 45 เท่า หรือ +1.5SD ของค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 5 ปี สุดท้าย เราคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ DELTA เนื่องจากเราเชื่อว่าราคาหุ้นและ valuation ได้สะท้อนแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งจากผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปแล้ว ที่สำคัญคือเราคาดว่าจะเห็นแรงกดดันจากข้อจำกัดในการจัดหาวัตถุดิบหลัก เราปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 359 บาท จาก 290 บาท โดยอิงกับ P/E ที่ 120 เท่า หรือ +2SD ของค่าเฉลี่ย P/E ย้อนหลัง 5 ปี
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงในกำลังซื้อของลูกค้า สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีนกลับมาปะทุอีกครั้ง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยง ESG ที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการแรงงาน และซัพพลายเออร์

