วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (12 มิ.ย. 2569) ปิดบวก 16.57 จุด ราคาน้ำมันลดลง หลังสหรัฐส่งสัญญาณลงนามสันติภาพ

"หุ้นไทย" เช้านี้ (12 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,568.89 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.57 จุด หรือ 1.07% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากการคลายกังวลสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลราคาน้ำมันดิบลดลง ส่วนปัจจัยในประเทศได้อานิสงส์การย้ายฐานลงทุน การเร่งรัดโครงการ Direct PPA และโซลาร์ชุมชน

"ตลาดหุ้นไทย" เช้านี้ (12 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,568.89 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.57 จุด หรือ 1.07% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,593.11 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,582.26 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 37,883.58 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 363.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 1.40% มูลค่าซื้อขาย 4,704.19 ล้านบาท
     
  2. KBANK ราคาปิด 202.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท หรือ 2.28% มูลค่าซื้อขาย 2,203.37 ล้านบาท
     
  3. GULF ราคาปิด 64.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 2.39% มูลค่าซื้อขาย 2,084.61 ล้านบาท
     
  4. SCB ราคาปิด 139.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.45% มูลค่าซื้อขาย 2,030.51 ล้านบาท
     
  5. ADVANC ราคาปิด 365.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 1.67% มูลค่าซื้อขาย 1,769.90 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือ บล. กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้แนวโน้มปรับตัวขึ้นในกรอบแนวรับ 1,553-1,560 จุด และแนวต้าน 1,600-1,607 จุด

ปัจจัยต่างประเทศ ได้รับจิตวิทยาเชิงบวกจากการคลายความกังวลสถานการณ์สู้รบ หลังสหรัฐระบุว่าใกล้บรรลุข้อตกลงกับประเทศอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 0.07% หลุดระดับ 4.5% ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป หรือ อีซีบี ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสู่ระดับ 2.25% ตามคาด

ทั้งนี้ ภาพรวมโลกกำลังเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียที่ได้แรงหนุนจากการลดราคาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ หรือ "เอไอ" และการที่รัฐบาลจีนประกาศลงทุนศูนย์ข้อมูล หรือ "ดาต้าเซ็นเตอร์" มูลค่า 2 ล้านล้านหยวน คิดเป็น 1.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี รวมถึงความไม่แน่นอนของความตกลงสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา ที่กระตุ้นให้เกิดการย้ายฐานการผลิตมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ เงินเฟ้อผู้ผลิตเดือน พ.ค. ปี 2569 เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เงินเฟ้อพื้นฐานต่ำกว่าคาด และตัวเลขจ้างงานยังเปราะบาง เปิดโอกาสให้คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด กลับมาใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายในระยะต่อไป

 

ปัจจัยภายในประเทศ ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานทุน โดยไทยมีปัจจัยหนุนจากการเร่งรัดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ "Direct PPA" ปริมาณ 2,000 เมกะวัตต์ คาดสรุปใน 1-2 เดือนนี้ และโครงการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับชุมชน หรือ "โซลาร์ชุมชน" อีก 500 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าในระยะสั้น

กลยุทธ์การลงทุน : แนะนำซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการผ่อนคลายของสงครามและวัฏจักรการลงทุนในเอเชีย ได้แก่ THAI ได้ประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันที่ลดลงและมีโอกาสเข้าคำนวณดัชนี SET50 หุ้นถัดมาคือ GULF และ GPSC ได้ประโยชน์โดยตรงจากความคืบหน้าของโครงการ Direct PPA และโซลาร์ชุมชน ประกอบกับทั้งสองบริษัทมีฐานทุนที่แข็งแกร่งพร้อมรองรับโอกาสการลงทุนรอบใหม่นี้