ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 12 มิ.ย.2569 หุ้นท่องเที่ยว กลุ่มสายการบิน สนามบิน และโรงแรมปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย
หุ้น AOT บวก 4.04% เพิ่มขึ้น 2.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 58.00 บาท
หุ้น BA บวก 3.09% เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 16.70 บาท
หุ้น THAI บวก 2.22% เพิ่มขึ้น 0.15 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 6.90 บาท
หุ้น ERW บวก 2.19% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.80 บาท
หุ้น SHR บวก 1.95% เพิ่มขึ้น 0.03 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.57 บาท
หุ้น AAV บวก 1.90% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.07 บาท
หุ้น BAFS บวก 1.69% เพิ่มขึ้น 0.15 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.69 บาท
หุ้น MINT บวก 1.37% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 22.20 บาท
หุ้น SKY บวก 1.31% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 15.50 บาท
หุ้น DUSIT บวก 0.98% เพิ่มขึ้น 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 10.30 บาท
หุ้น CENTEL บวก 0.76% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 33.25 บาท
หุ้น SPA บวก 0.68% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.96 บาท
หุ้น VRANDA บวก 0.46% เพิ่มขึ้น 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.40 บาท
ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า แนวโน้มการลงทุนในกลุ่มการบินและท่องเที่ยวช่วงไตรมาส 4/2569 มีทิศทางเชิงบวกจากแรงหนุนทั้งปัจจัยภายนอกและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ทั้งนี้ภาวะราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับตัวลดลง หลังตลาดรับรู้สัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างซาอุดีอาระเบียและอิหร่านแม้ยังไม่เป็นทางการ แต่ถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนของสายการบิน ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวและสนามบินปรับตัวโดดเด่นขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินเข้าสู่ช่วง High Season โดยข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ระบุว่า มีสายการบินกว่า 87 ราย ขอเพิ่มเที่ยวบินและขยายเส้นทางบินเข้าสู่ไทยในตารางบินฤดูหนาว สะท้อนดีมานด์การเดินทางที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ภายใต้ธีม Reopening ของเศรษฐกิจโลก
ด้านอุปสงค์การท่องเที่ยว ยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลแพลตฟอร์ม Airbnb ที่พบว่ายอดค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ ช่วงไตรมาส 4/2569 เพิ่มขึ้นเกือบ 590% เมื่อเทียบปีก่อนหน้า รวมถึงอีเวนต์ระดับโลกและคอนเสิร์ตศิลปินดังที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน แนะนำให้น้ำหนักไปยังหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ได้แก่ AOT ซึ่งได้อานิสงส์จากปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มโรงแรมอย่าง CENTEL และ ERW ที่คาดว่าจะเติบโตตามดีมานด์นักท่องเที่ยวในประเทศและต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นเหนือระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจกดดันกำไรของกลุ่มสายการบินและจำเป็นต้องปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยง

