"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (11 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,572.32 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.73 จุด หรือ 0.56% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,581.92 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,559.45 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 52,253.75 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- GULF ราคาปิด 62.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.40% มูลค่าซื้อขาย 5,635.83 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 358.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 1.70% มูลค่าซื้อขาย 5,582.99 ล้านบาท
- TRUE ราคาปิด 13.80 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 2,324.88 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 359.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 1.41% มูลค่าซื้อขาย 2,282.38 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 197.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.25% มูลค่าซื้อขาย 2,008.83 ล้านบาท
นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดไว้ ไม่ได้ปรับฐานลงไปตามตลาดหุ้นสหรัฐหรือตลาดภูมิภาค แม้จะมีแรงขายกลุ่มพลังงานและธนาคารกดดันดัชนีอยู่บ้าง
ปัจจัยต่างประเทศ สหรัฐประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เพิ่มขึ้น 4.2% สอดคล้องกับที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ มองว่าการเร่งตัวของเงินเฟ้อได้ "ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว" โดยมีแนวโน้มที่จะลดลงในระยะต่อจากนี้ สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับตัวลงต่อเนื่องอยู่ที่ราว 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ การที่ราคาน้ำมันไม่ตอบสนองต่อการยกระดับความรุนแรงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน คาดว่ามาจากปัจจัยการ "ลักลอบขนส่งน้ำมัน" ผ่านเรือเล็ก ซึ่งปัจจุบันขนส่งได้ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือการเปลี่ยนมาใช้ช่องทางอื่นที่ไม่ต้องผ่านฮอร์มุซอย่างซาอุดีอาระเบียที่ใช้ช่องทางทะเลแดงแทน
อีกทั้ง อุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทานมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อกระจายแหล่งน้ำมันไปสู่แหล่งอื่น ๆ นอกตะวันออกกลางแล้วก่อนนี้เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน ดังนั้น มองว่าหากสงครามมีท่าทีที่จะนำไปสู่การเจรจาสันติภาพต่อไป ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะไม่ถูกรบกวนมาก สังเกตได้จากตลาดเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่รีบาวด์กลับขึ้นมาในวันนี้
ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (12 มิ.ย.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,560 จุด แนวต้าน 1,590 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การประชุมของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าน่าจะ “คงดอกเบี้ย” จากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่ได้เร่งตัว และหากต่อจากนี้เห็นภาพของสงครามที่ผ่อนคลายลง อาจหนุนแนวโน้มการลดดอกเบี้ยได้
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำกลุ่มที่มีปัจจัยบวกหนุน อย่างธีมฟุตบอลโลก ADVANC ธีมรับการลงทุนต่างชาติ AMATA และการผ่อนคลายความตึงเครียดของสงครามอย่าง AOT และ BH

