วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

หุ้นญี่ปุ่นเด่นรับเมกะเทรนด์ AI กูรู ชี้กำไรบจ.แกร่ง แนะถือยาว

“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ยังเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตาของปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากกระแส AI รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนภาคเทคโนโลยี แม้ล่าสุดนักลงทุนต่างชาติจะกลับมาขายสุทธิหลังซื้อสะสมต่อเนื่องถึง 2 เดือน แต่ทว่า “กูรู”ยังมองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนยังแข็งแกร่ง หนุนตลาดมีแนวโน้มปรับขึ้นสลับพักฐาน และถือเป็นโอกาสสะสมในการลงทุนระยะยาว 

 

“พรเพ็ญ ชุลีประเสริฐ” ผู้จัดการกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มปรับขึ้นสลับพักฐาน โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม AI เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์การลงทุนระยะยาวของโลก ขณะที่ภาครัฐยังเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและดึงดูดการลงทุนจากผู้ประกอบการระดับโลก

นอกจากนี้ รัฐบาลยังออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการอุดหนุนค่าพลังงาน การลดภาระค่าครองชีพ และการผลักดันบริษัทจดทะเบียนเพิ่ม ROE จ่ายปันผล และซื้อหุ้นคืน ซึ่งช่วยหนุนความน่าสนใจของตลาดทุนญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามความเสี่ยงจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ และ Bond Yield ที่สูงขึ้น แม้เงินเฟ้อยังคาดว่าจะทรงตัวใกล้ระดับ 2%

“การออกพันธบัตรรัฐบาลจำนวนมากเพื่อรองรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แม้ระดับเงินเฟ้อโดยรวมยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้ โดยคาดว่าจะชะลอลงมาอยู่ที่ประมาณ 2.1% ในปีนี้และปีหน้า”

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำสะสมหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อาทิ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมองการย่อตัวของราคาเป็นโอกาสลงทุนระยะยาว ขณะที่ Bloomberg คาดกำไรบริษัทญี่ปุ่นจะเติบโต 14% ในปีหน้า และอีก 10% ในปี 2571 สะท้อนศักยภาพการเติบโตของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะยาว

“บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จาก 4 ปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่ 1.เงินเฟ้อและการบริโภคฟื้นตัว หลังการปรับขึ้นค่าแรง ช่วยเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ 2.กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต ส่งผลให้การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหนุนผลประกอบการและการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรอย่างต่อเนื่อง

3.เงินเยนอ่อนค่าช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันของภาคส่งออกและหนุนรายได้บริษัทขนาดใหญ่ และ 4.อานิสงส์จาก AI ญี่ปุ่นมีความแข็งแกร่งด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และวัสดุสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI แม้ไม่ได้เป็นผู้ผลิตชิปหลักเหมือนไต้หวันหรือเกาหลีใต้

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีปริมาณสำรองพลังงานในระดับสูง ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก แม้จะเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องจับตานโยบายการเงินของ BOJ หลังเงินเฟ้อเข้าใกล้เป้าหมาย 2% โดยหากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าหรือแรงกว่าที่ตลาดคาด อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนและสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นได้ และต้องติดตามความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนในอนาคต

“แม้พื้นฐานตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง แต่ระดับราคาหุ้นเริ่มตึงตัวหลังปรับขึ้นต่อเนื่อง จึงควรเน้นลงทุนระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น โดยแนะนำจัดสรรหุ้นญี่ปุ่นราว 15% ของพอร์ต และกระจายการลงทุนไปยังเกาหลีใต้และไต้หวัน เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนและลดความเสี่ยงในระยะยาว”

“วิศกรณ์ คีรีวรรณ”, CFA นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้ตลาดกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ แต่พื้นฐานเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังแข็งแกร่ง หนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นเติบโตต่อในระยะยาว

ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ญี่ปุ่นเริ่มหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่ยาวนาน เข้าสู่ยุคเงินเฟ้ออย่างมีเสถียรภาพ ส่งผลให้กำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ภาครัฐญี่ปุ่นยังช่วยดูแลต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ ทำให้แรงกดดันเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แม้ราคาพลังงานโลกผันผวน นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ยุคเทคโนโลยีและ AI ผ่านการสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ระดับโลกเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จุดแข็งของญี่ปุ่นอยู่ที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งเครื่องมือทดสอบชิป วัสดุขั้นสูง และสารเคมีสำคัญต่อการพัฒนา AI ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้รับอานิสงส์จากกระแส AI เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ไต้หวัน และเกาหลีใต้

ขณะเดียวกัน กลุ่มธนาคารและการเงินยังได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยและ Bond Yield ที่ปรับสูงขึ้น ช่วยหนุนรายได้และความสามารถในการทำกำไร รวมถึงกระแสเงินลงทุนที่ไหลจากเงินฝากเข้าสู่ตลาดทุนมากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำใช้แนวทางกระจายพอร์ตระหว่างหุ้นเทคโนโลยีที่เติบโตตาม AI และหุ้นการเงินหรืออุตสาหกรรมที่ได้อานิสงส์จากดอกเบี้ยขาขึ้น เพื่อสร้างสมดุลและลดความผันผวนของพอร์ตในระยะยาว