ดัชนีดาวโจนส์ ร่วงลงมากกว่า 900 จุด หลังการเทขายหุ้นกลุ่มชิปทวีความรุนแรง ประกอบกับทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านเพิ่ม หวั่นข้อตกลงสันติภาพยุติสงครามอิหร่านไม่เกิดขึ้น
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวลดลงในวันพุธ (10 มิ.ย. 69) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าการเจรจากับอิหร่านใช้เวลานาน "เกินไป" และขู่ว่าจะดำเนินการขั้นต่อไป
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วงลง 953.33 จุด หรือ 1.87% ปิดที่ 49,918.78 จุด
ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.62% ปิดที่ 7,266.99 จุด
ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ร่วงลง 1.98% ปิดที่ 25,169.50 จุด
ดัชนีหลักต่างดิ่งลงหลังจากทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่ม โดยระบุว่า “เรากำลังจะโจมตีพวกเขาอย่างรุนแรง” เขายังได้โพสต์ข้อความเมื่อเช้าวันพุธว่า อิหร่าน “ใช้เวลานานเกินไปในการเจรจาข้อตกลงที่น่าจะส่งผลดีต่อพวกเขา ตอนนี้พวกเขาจึงต้องชดใช้กรรม!!!”
- ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น
ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นหลังการข่มขู่ของทรัมป์ โดยสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ปิดตัวเพิ่มขึ้น 2.07% อยู่ที่ 90.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ Brent ขยับขึ้น 1.8% ปิดที่ 93.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้งในค่ำวันอังคาร หลังจากกองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน “เพื่อตอบโต้กรณีที่เฮลิคอปเตอร์ Apache ของกองทัพบกสหรัฐถูกยิงตกเมื่อวันจันทร์” ตามรายงานของกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM)
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้กล่าวหาอิหร่านว่าเป็นคนยิงเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวตก ขณะกำลังลาดตระเวนอยู่เหนือช่องแคบฮอร์มุซ
“เรื่องราวสงครามอิหร่านส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงจริง ๆ” เจด เอลเลอร์บรุก ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจาก Argent Capital Management กล่าว “ไม่ว่านักลงทุนจะคิดถูก ว่าไม่มีอะไรต้องกังวล เดี๋ยวทรัมป์ก็จัดการเอง เราจะได้ข้อตกลงกับอิหร่านและช่องแคบจะเปิดออก แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น ก็รู้สึกได้เลยว่าราคาน้ำมันจะต้องพุ่งสูงขึ้นอีกมาก”
“ในสภาพแวดล้อมการลงทุนแบบนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรู้สึกสบายใจ” เขากล่าวเสริม
- นักลงทุนเทขายหุ้นชิป
หุ้นกลุ่มชิปตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอีกครั้งในวันพุธ โดยหุ้นของ Micron Technology, Advanced Micro Devices (AMD) และ Broadcom ต่างปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นวันที่ 4 ในรอบ 5 วันทำการ ล่าสุดกองทุนอีทีเอฟ iShares Semiconductor ETF (SOXX) ร่วงลงมากกว่า 3% ต่อเนื่องจากวันอังคาร ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มชิปเพิ่งถูกเทขายอย่างหนักเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้กองทุน SOXX ดิ่งลงถึง 10% ในวันศุกร์ ก่อนที่กลุ่มหุ้นจะฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยในวันจันทร์ และกลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้งในวันอังคาร
หุ้นกลุ่มนี้กำลังเผชิญแรงกดดันก่อนหน้าการซื้อขายหุ้น IPO ของ SpaceX ในวันศุกร์นี้ โดยผู้ค้าบางส่วนเชื่อว่านักลงทุน โดยเฉพาะรายย่อย กำลังทยอยขายหุ้นกลุ่มชิปที่เคยทำกำไรได้ดีออกไป เพื่อเตรียมพื้นที่ในพอร์ตสำหรับการเข้าซื้อหุ้น IPO ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ในขณะที่บางส่วนเชื่อว่าความอ่อนแอของราคาหุ้นเป็นเพียงการขายทำกำไรหลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม กองทุน SOXX ยังคงมีผลตอบแทนเพิ่มขึ้นประมาณ 80% ในปีนี้
- เงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าคาด
ทางด้านดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยในรายเดือน Core CPI อยู่ที่ 0.2% ตามรายงานของสำนักงานสถิติแรงงาน ซึ่งต่ำกว่าที่โพลของบริษัทสื่อดาวโจนส์ คาดการณ์ไว้ที่ 0.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว Core CPI อยู่ที่ 2.9% ซึ่งเป็นไปตามคาด แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ตั้งไว้ที่ 2%
ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปรายปี (Headline Inflation) ซึ่งรวมราคาทุกประเภท พุ่งทะลุ 4% เป็นครั้งแรกในรอบสามปี
ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร หุ้นกลุ่มชิปได้ฉุดให้ S&P 500 และ Nasdaq ปิดลบ ในขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ซึ่งเน้นหุ้นบลูชิปสามารถปิดในแดนบวกได้ การร่วงลงในวันอังคารถือเป็นส่วนต่อขยายของการย่อตัวจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากกระแสการไล่ซื้ออย่างบ้าคลั่งติดต่อกันหลายสัปดาห์อันเนื่องมาจากความตื่นตัวในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)


