วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต.สั่งเกาะติด หุ้นกู้อสังหาฯ ไฮยีลด์ครบกำหนด 5.6 หมื่นล้าน

ก.ล.ต. สั่งติดตามหุ้นกู้กลุ่มอสังหาฯ High Yield ครบกำหนดปี 69-70 มูลค่ารวม 5.6 หมื่นล้าน ใกล้ชิด ส่วนภาพรวมผิดนัดชำระหนี้ของตลาดหุ้นกู้ยังจำกัด 5 ปี มีสัดส่วนเพียง 0.69%

KEY POINTS

  • ก.ล.ต. สั่งติดตามหุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประเภทไฮยีลด์ (High Yield) ที่จะครบกำหนดชำระในปี 2569-2570 มูลค่ารวมประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาทอย่างใกล้ชิด
  • ภาพรวมการผิดนัดชำระหนี้ของตลาดหุ้นกู้ยังอยู่ในวงจำกัด โดย 5 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนเพียง 0.69% แต่ความเสี่ยงกระจุกตัวในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
  • ก.ล.ต. เตรียมร่วมมือกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) จัดตั้งคณะทำงาน (Taskforce) เพื่อยกระดับความเชื่อมั่น และพัฒนาตลาดหุ้นกู้

“ตลาดหุ้นกู้อสังหาฯ” ยังไม่เข้าสู่ระดับวิกฤติ ด้าน ก.ล.ต. สั่งเกาะติด “หุ้นกู้กลุ่มอสังหาฯ กลุ่มไฮยีลด์” มูลค่าเฉียด 5.6 หมื่นล้าน ครบกำหนดในปี 69-70 ย้ำภาพรวม “หุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้” ยังจำกัด เผยในรอบ 5 ปี พบเพียง 0.69% ของตลาด เล็งจับมือ “ไทยบีเอ็มเอ” ตั้ง Taskforce ยกระดับความเชื่อมั่น 4 ด้านพัฒนาตลาดหุ้นกู้ ตลท. ชี้ความเสี่ยงกระจุกตัวรายบริษัท ยันปัญหาหุ้นกู้ไม่ใช่เรื่องวิกฤติเชิงระบบ รับไตรมาส 2/69 ตลาดมีความกังวลเรื่อง “การชำระหนี้หุ้นกู้” และ “หนี้แบงก์” ของ บจ. เพิ่มขึ้น “บล.เอเซีย พลัส” คาดภาครัฐจ่อต่ออายุมาตรการอสังหาฯ ช่วยระบายสต๊อกครึ่งปี 

แม้ภาพรวมของตลาดหุ้นกู้ พบว่า “การผิดนัดชำระหนี้” (Default) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จะมีสัดส่วนอยู่เพียง 0.69% แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “กลุ่มอสังหาริมทรัพย์” กลายเป็นสปอตไลต์ความเสี่ยงหลักในปัจจุบัน เนื่องจากปัจจัยลบที่รุมเร้าหลายด้านทั้งกำลังซื้อเปราะบาง-หนี้ครัวเรือนสูง-ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย และเลือกที่จะออมเงินมากขึ้นแทนการซื้อสินทรัพย์ถาวรขนาดใหญ่อย่างบ้านหรือคอนโดมิเนียม รวมทั้งสถาบันการเงินเข้มงวด

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภาพรวม “หุ้นกู้กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ปัจจุบันมีมูลค่า 452,563 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 10% ของทั้งตลาดหุ้นกู้ทั้งหมด และโดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Investment Grade สัดส่วน 77% ส่วนกลุ่ม High Yield Bond สัดส่วน 23% มูลค่าครบกำหนดของ High Yield bond ในช่วงปี 2569-2570 มีเพียงประมาณ 55,915 ล้านบาท หรือ 10% ของมูลค่าหุ้นกู้กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด

ก.ล.ต. สั่งคุมเข้มมาตรการ Rollover และดูแลผู้ลงทุน

โดยประเมินผลกระทบต่อตลาดหุ้น และตลาดหุ้นกู้ อาจเกิดจากหลายปัจจัยทางเศรษฐกิจประกอบกัน อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ได้มีการติดตามสถานการณ์จากทาง “ผู้ออกหุ้นกู้” และ “ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้” เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ออกหุ้นกู้ได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลให้แก่ผู้ลงทุนทราบอย่างทันท่วงที และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้

นอกจากนี้ ในกรณีที่บริษัทในกลุ่ม High Yield Bond มีการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อ rollover กำหนดให้เปิดเผยความเสี่ยงในแบบ filing และ factsheet รวมทั้งแหล่งเงินสำรองในกรณีที่ไม่สามารถเสนอขายหุ้นกู้ได้ตามเป้าหมาย 

พร้อมกันนี้ ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ยังติดตามสถานการณ์ตลาดตราสารหนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงใน “กลุ่มอสังหาริมทรัพย์” ทั้งในส่วนของ “การออกเสนอขาย” และ “การชำระคืนผู้ถือตราสารหนี้” พบว่าปัจจุบันในส่วนของการผิดนัดชำระหนี้ “ยังอยู่ในวงจำกัด” เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดตราสารหนี้โดยรวม สะท้อนภาพในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สัดส่วน “การผิดนัดชำระหนี้” มีประมาณ 0.69% ของทั้งตลาด

ทั้งนี้ ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลที่เพียงพอสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจ และคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสมแก่ผู้ลงทุน สำหรับกรณีผู้ถือหุ้นกู้ที่ได้รับผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้ ก.ล.ต. ยังมีกลไกในการติดตามดูแลผ่านการกำกับ ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นกู้ได้รับข้อมูลที่เพียงพอ รวมถึงได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น การฟ้องบังคับชำระหนี้ การบังคับหลักประกัน และการดำเนินการทางกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

จับมือ ThaiBMA ตั้ง Taskforce พัฒนา 4 แกนหลัก

นายอเนก กล่าวต่อว่า ทางสำนักงาน ก.ล.ต. มีแผนที่จะดำเนินการร่วมกับ “สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย” (ThaiBMA) ในการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนาตลาดตราสารหนี้ (taskforce) ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาตลาดหุ้นกู้ภาคเอกชน โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้ลงทุน การระดมทุนของภาคธุรกิจ และเสถียรภาพของระบบตลาดทุนในภาพรวม

โดยมุ่งที่จะส่งเสริม และพัฒนาใน 4 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ การมีอุปสงค์ที่มีคุณภาพ (Quality Demand) การมีอุปทานที่ดึงดูดใจ (Attractive Supply) การมีระบบนิเวศที่สนับสนุน (Supportive Ecosystem) และการมีตลาดที่น่าเชื่อถือ (Trusted Market) และหากมีความคืบหน้าจะเปิดเผยให้ทราบต่อไป

กังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับ “ชำระหนี้หุ้นกู้” และ “หนี้แบงก์” 

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ในไตรมาส 2 ปี 2569 จะมีความกังวลเรื่อง “การชำระหนี้หุ้นกู้” และ “หนี้ธนาคาร” ของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ “หุ้นกู้” แต่ในภาพรวมระดับประเทศ พบว่าบริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้ง ยังมีความมั่นใจมากขึ้น โดยจากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าอาจถูกปรับลดอันดับ (Downgrade) เนื่องจากปีที่แล้วมีมุมมองเป็นลบ (Negative) แต่ในปีนี้กลับได้รับการปรับมุมมองเป็น “Stable” (คงที่) ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาวะสงครามตะวันออกกลาง 

อีกยัง มองว่าสถานการณ์ปัญหาใน “ตลาดหุ้นกู้” ที่เกิดขึ้นปัจจุบันไม่ใช่ภาวะวิกฤติของอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็น “ความเสี่ยง” จะขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะตัวของแต่ละบริษัทหรือธุรกิจ เช่น บางธุรกิจอาจมีความเสี่ยงมากขึ้นหากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย หรือเลือกที่จะออมเงินมากขึ้นแทนการซื้อสินทรัพย์ใหม่ๆ เช่น ที่อยู่อาศัย 

หรือในบางบริษัทอาจได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และหลายบริษัทมีการบริหารจัดการที่ดีในช่วงภาวะสงครามที่ผ่านมา โดยมีการสื่อสารที่รวดเร็ว และชัดเจนเกี่ยวกับการบริหารจัดการกระแสเงินสด

ดังนั้น เนื่องจากความเสี่ยงมีความแตกต่างกันไปตามสภาวะของแต่ละธุรกิจ แนะนำว่า นักลงทุนจึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลในแต่ละบริษัทให้ดี พิจารณาข้อมูลเป็นรายบริษัทตามพื้นฐานที่แท้จริง เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ และศักยภาพในการเติบโต

“แม้จะมีความกังวลในระยะสั้น แต่ภาพรวมความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และความเสี่ยงส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในบางบริษัทมากกว่าจะเป็นปัญหาระบบ”

นายอัสสเดช กล่าวต่อว่า จากการนำ บจ.ไทย 13 บริษัท ไปโรดโชว์ที่ฮ่องกงเพื่อพบปะกับ “นักลงทุน” แบบตัวต่อตัว พบว่ามีถึง 10 บริษัทที่ราคาหุ้นปรับตัวเป็นบวก (Inflow) หลังจากกลับมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การให้ข้อมูลเชิงลึก และการตอบข้อซักถามแก่นักลงทุนต่างชาติช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้จริง

ดังนั้น เรามองว่าการสื่อสารแบบไปพบเจอนักลงทุนโดยตรงสำคัญมากๆ ไม่ว่าผลประกอบการ บจ. จะดีหรือไม่ก็ตาม การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ต้องผลักดันส่งผลบวกต่อราคาหุ้นของบริษัทได้อย่างชัดเจน ซึ่งทาง ตลท. ยังเดินหน้าต่อไป พร้อมทั้งปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงพูดคุย และวางแผนร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาจังหวะที่เหมาะสมในการไปโรดโชว์ร่วมกันขยายผลไปสิงคโปร์เร็วๆ นี้ 

อีกทั้งเตรียมจัดงาน Thailand Focus ในเดือนส.ค.และการประชุม World Bank เดือนต.ค. นี้ ตลท.จะใช้จังหวะที่ไทยเป็นเจ้าภาพเพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก

“บล.เอเซีย พลัส” คาดรัฐจ่อต่ออายุมาตรการอสังหาฯ 

นางสาวนวลพรรณ น้อยรัชชุกร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยประเมินตลาดอสังหาริมทรัพย์ มีความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะต่ออายุมาตรการออกไปอีก 1 ปีเหมือนกับการผ่อนคลาย LTV ของแบงก์ชาติที่ขยายเวลาเป็น 30 มิ.ย.2570 โดยการลดค่าโอนฯ-จดจำนอง ถือเป็นการช่วยลดต้นทุนการซื้อบ้าน และเพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาทที่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิประโยชน์ ซึ่งเป็นตลาดหลัก คิดเป็นสัดส่วนราว70% ของมูลค่าโอนฯ รวมปี 2568 (อิงข้อมูล REIC)

โดยคาดช่วยเร่งการระบายสต๊อกบ้าน และคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ รวมถึงสนับสนุนยอดโอน ช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้การต่ออายุมาตรการ ควรต่อเนื่องทันที หลังสิ้นสุด มิ.ย. นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ผู้ซื้อจะชะลอการโอน ระหว่างรอความชัดเจนของนโยบายมาตรการดังกล่าว ถือเป็นการช่วยประคองตลาดมากกว่าสร้างการฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากปัญหาหลักของกลุ่ม ยังอยู่ที่กำลังซื้อเปราะบาง, หนี้ครัวเรือนสูง และสถาบันการเงินคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

สำหรับกลุ่มบริษัทที่ได้ประโยชน์มาตรการ คือ 1.กลุ่มที่มีพอร์ตสินค้าระดับกลางบน-ล่าง ได้แก่ AP,SPALI, ORI, ASW, PSH, LPN, LALIN และ SENA 2.กลุ่มที่มีสต๊อกคอนโดมิเนียม พร้อมโอนสูง และราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท เช่น ORI,ASW, SPALI, SENA และ AP 3.กลุ่มที่มีแผนโอนคอนโดมิเนียม ใหม่ปีนี้ และราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท เช่น AP, SC, SPALL, SIRI, ORI และ ASW

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตลาดที่อยู่อาศัยยังท้าทาย ในการเลือกลงทุน เราแนะนำ Selective Buy เลือกหุ้นเด่น AP, SC และ SIRI จากการมีพอร์ต สินค้าหลากหลาย, มีความสมดุลทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียมรองรับด้วย Backlog สูง, มีคอนโดมิเนียม ใหม่พร้อมส่งมอบ คาดมีความได้เปรียบในเชิงธุรกิจ และทำกำไรได้ดีกว่ากลุ่มอื่น ขณะเดียวกับได้ประโยชน์จากมาตรการข้างต้น เนื่องจากมีคอนโดมิเนียม ใหม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์เข้าข่ายเกณฑ์ได้รับสิทธิประโยชน์

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์